ผู้ว่าชลบุรีสั่งยกเลิกเสื้อสีน้ำเงิน กลับใช้สีส้มตามเดิม วินโอดลูกค้าจำไม่ได้ถึงขั้นยกกระเป๋าหนี วอนรัฐรับผิดชอบค่าเสื้อ 550 บาท
หลังจาก ผู้ว่าฯ ชลบุรีลงนามยกเลิกประกาศเปลี่ยนเสื้อวินมอเตอร์ไซค์พัทยาเป็นสีน้ำเงินเข้ม หลังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความปลอดภัยและภาระค่าใช้จ่าย ให้กลับไปใช้มาตรฐานเดิมตามระเบียบกรมการขนส่งทางบก ขณะที่วินรับจ้างสะท้อนลูกค้ายังสับสน บางรายเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนแปลกหน้า ถึงขั้นยกกระเป๋าหนี วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือผู้ที่เสียเงินซื้อเสื้อใหม่ไปแล้วตัวละ 550 บาท เสนอให้นำเสื้อสีน้ำเงินไปแลกเสื้อสีส้มแทนการคืนเงิน
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการเปลี่ยนสีเสื้อกั๊กวินรถจักรยานยนต์ รับจ้างในพื้นที่เมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี จากสีส้มเป็นสีน้ำเงินเข้ม เพื่อสร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้กับเมืองท่องเที่ยว ก่อนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นความปลอดภัยในการมองเห็นช่วงเวลากลางคืน ความสับสนของนักท่องเที่ยว และภาระค่าใช้จ่ายของผู้ขับขี่ ตามที่มีข่าวเสนอไปแล้วนั้น
ภายหลัง นาย นริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการประจำจังหวัดชลบุรี ได้ลงนามในประกาศลงวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เรื่อง ยกเลิกประกาศคณะกรรมการประจำจังหวัดชลบุรี เรื่อง กำหนดแบบเสื้อกั๊กหรือเสื้อคลุมของคนขับรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่อำเภอบางละมุง ซึ่งเดิมประกาศไว้เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568
โดยสาระสำคัญของประกาศระบุว่า การเปลี่ยนสีเสื้อกั๊กอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้าง ทั้งในด้านภาระค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อเสื้อและอุปกรณ์ใหม่ซ้ำซ้อน รวมถึงด้านความปลอดภัยและความคุ้มค่าในการปฏิบัติ ขณะที่เสื้อกั๊กสีส้มมาตรฐานเดิมเป็นที่จดจำและสังเกตเห็นได้ชัดอยู่แล้ว
ภายหลังมีประกาศยกเลิกดังกล่าว ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของผู้ประกอบอาชีพวินรถจักรยานยนต์รับจ้างในเมืองพัทยา พบว่าหลายรายเห็นด้วยกับการกลับมาใช้เสื้อกั๊กสีส้มแบบเดิม เนื่องจากเป็นสีที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวคุ้นเคย อีกทั้งยังสะดุดตาและมองเห็นได้ชัดเจนกว่า โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน แต่ยังมีความกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เสียไปจากการซื้อเสื้อสีน้ำเงิน
นางอรอนง ลิ้มจิตรกร อายุ 58 ปี ผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ช่วงที่มีการเปลี่ยนสีเสื้อใหม่เกิดความสับสนกับผู้โดยสารพอสมควร เนื่องจากผู้ขับขี่บางคนสวมเสื้อสีน้ำเงิน ขณะที่บางคนยังคงสวมเสื้อสีส้ม ทำให้ลูกค้าต้องสอบถามว่าเป็นวินเดียวกันหรือไม่ เพราะยังคุ้นเคยกับภาพรถจักรยานยนต์รับจ้างที่สวมเสื้อสีส้มมาโดยตลอด
นางอรอนง กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเสื้อกั๊กสีส้มมีความเหมาะสมมากกว่าในแง่ความปลอดภัย เนื่องจากเป็นสีที่สะดุดตา สามารถสังเกตเห็นได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่มีแสงไฟจากรถคันอื่นส่องมา ต่างจากเสื้อสีน้ำเงินเข้มที่ค่อนข้างทึบและกลมกลืนกับความมืด
เมื่อทราบว่า มีประกาศยกเลิกการใช้เสื้อสีน้ำเงินแล้ว นางอรอนงกล่าวว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ซื้อเสื้อใหม่ไปแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องคืนเป็นเงินสดก็ได้ แต่อาจเปิดโอกาสให้นำเสื้อสีน้ำเงินมาแลกเปลี่ยนเป็นเสื้อสีส้มรูปแบบที่ถูกต้องตามระเบียบ เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพสามารถนำไปใช้ต่อได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน
ทั้งนี้ นางอรอนง ยืนยันว่า ไม่ได้ติดใจเรื่องสีเสื้อหรือมีประเด็นเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่อย่างใด เพียงต้องการให้เสื้อวินมอเตอร์ไซค์ มีสีที่มองเห็นได้ชัดเจนและเหมาะสมกับการใช้งานจริง รวมถึงต้องการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่หน่วยงานภาครัฐกำหนดอย่างถูกต้อง
ด้านนายสุวรรณ ทองศรี อายุ 62 ปี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างอีกราย เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวการยกเลิกเสื้อสีน้ำเงินและกลับมาใช้สีส้มตามเดิม ก็พร้อมปฏิบัติตามแนวทางของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แม้จะรู้สึกว่าที่ผ่านมาผู้ประกอบอาชีพต้องปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง ส่งผลให้รายได้จากการวิ่งรถรับจ้างไม่ดีเหมือนที่ผ่านมา
นายสุวรรณ เล่าถึงเหตุการณ์ที่พบเจอด้วยตัวเองว่า หลังจากเปลี่ยนมาใส่เสื้อกั๊กสีน้ำเงิน ลูกค้าบางคนไม่รู้ว่าเป็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เนื่องจากเคยชินกับเสื้อสีส้ม โดยเมื่อวันก่อนตนเข้าไปช่วยยกสัมภาระให้ลูกค้า แต่กลับทำให้ลูกค้าตกใจและรีบยกกระเป๋าหนี เพราะเข้าใจว่าเป็นคนแปลกหน้าที่อาจเข้ามาแย่งทรัพย์สิน
“เมื่อวานนี้ ขึ้นไปยกของ เขายกของหนีเลย คิดว่าใครจะมาแย่งของหรือยังไง เพราะทุกทีเขาจะเป็นสีส้ม ลูกค้าเขาชินกับสภาพแบบนี้” นายสุวรรณกล่าว
นายสุวรรณ กล่าวอีกว่า เห็นด้วยหากจะกลับมาใช้เสื้อกั๊กสีส้มตามเดิม เพราะสีน้ำเงินเข้มค่อนข้างทึบและมองเห็นได้ยาก อีกทั้งยังสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้บริการ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ไม่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากเรียกร้องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในขณะนี้ คือการพิจารณาช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ต้องจ่ายเงินซื้อเสื้อสีน้ำเงินไปแล้วตัวละ 550 บาท โดยเสนอว่า หากสามารถนำเสื้อสีน้ำเงินที่ซื้อไปแล้วมาแลกเป็นเสื้อสีส้มตัวใหม่ได้ ก็ถือเป็นแนวทางที่ยอมรับได้ เพราะไม่ต้องการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีกครั้ง
แม้ประกาศของคณะกรรมการประจำจังหวัดชลบุรีจะยกเลิกข้อกำหนดการใช้เสื้อกั๊กสีน้ำเงินเข้มแล้ว แต่ในเอกสารยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับการคืนเงินหรือมาตรการเยียวยาผู้ขับขี่ที่ซื้อเสื้อไปก่อนหน้านี้ ทำให้ประเด็นการช่วยเหลือผู้ประกอบอาชีพยังเป็นเรื่องที่ต้องรอความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป
/นิราช/ชลบุรี









