มท.3 ลงพื้นที่ป่าตอง ติดตามเยียวยาผู้ประสบภัย เร่งแก้ปัญหาประกันภัย–พัฒนาระบบเตือนภัยดินถล่ม

วันที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลา 18.00.น. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมติดตามความคืบหน้าการกำจัดดินโคลนและฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำป่าไหลหลาก โดยมี นายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม และนายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นางลลิตา มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง ให้การต้อนรับและรายงานสถานการณ์ ตลอดจนข้อมูลการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ โดยมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบเข้าร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหายและความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น
.นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาจากบริษัทประกันภัย เนื่องจากประชาชนบางส่วนยังประสบปัญหาในการกรอกข้อมูลและทำความเข้าใจหลักเกณฑ์การรับความช่วยเหลือ โดยรัฐบาลได้จัดทำประกันภัยเพื่อให้ความคุ้มครองประชาชน จึงจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาและอำนวยความสะดวกให้ผู้ประสบภัยเข้าถึงสิทธิได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ จะรวบรวมปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อนำไปหารือกับบริษัทประกันภัย และหาแนวทางปรับปรุงขั้นตอนการดำเนินงานให้เหมาะสม โดยเฉพาะเงินเยียวยาก้อนแรกจำนวน 10,000 บาท ซึ่งมีความจำเป็นต่อการบรรเทาความเดือดร้อนในระยะเร่งด่วน ควรเร่งดำเนินการให้ประชาชนได้รับเงินโดยเร็วและโอนเข้าบัญชีโดยตรง
.ส่วนการช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย อาจต้องใช้เวลาในการสำรวจและรวบรวมข้อมูล เนื่องจากมีขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับระบบประกันภัย อย่างไรก็ตาม จะเร่งพัฒนากระบวนการให้รวดเร็วที่สุด เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปตามวัตถุประสงค์และครอบคลุมความเสียหายของประชาชน สำหรับการป้องกันเหตุซ้ำในอนาคต นายเจเศรษฐ์กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม จึงจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงที่มีชุมชนหนาแน่นและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลเตือนภัยอย่างทันท่วงที พร้อมระบุว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีการจัดสรรงบประมาณในปี 2570 สำหรับดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้อง โดยจะเร่งผลักดันการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดและระบบแจ้งเตือนให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงมากขึ้น
.“ภัยธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลงและมีความซับซ้อนมากขึ้น เราจึงต้องอาศัยทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการเฝ้าระวังและเตือนภัย แม้การคาดการณ์สถานการณ์จะทำได้ยาก แต่ไม่ใช่สิ่งที่เกินความสามารถ หากมีเครื่องมือที่เหมาะสมและระบบแจ้งเตือนที่มีประสิทธิภาพ โดยจะให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่นและพื้นที่เศรษฐกิจ เพื่อให้การเตือนภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด” นายเจเศรษฐ์กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงแนวทางสร้างความเป็นธรรมระหว่างผู้ให้เช่าและผู้เช่าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเสนอให้ระบุเงื่อนไขเกี่ยวกับสิทธิการรับเงินเยียวยาและความรับผิดชอบในการซ่อมแซมทรัพย์สินไว้ในสัญญาเช่าให้ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาข้อพิพาทในอนาคต ทั้งนี้ การพิจารณาให้ความช่วยเหลือจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้ประสบภัยและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
.
ขณะเดียวกัน เทศบาลเมืองป่าตองยังคงเร่งฟื้นฟูพื้นที่หลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก โดยระดมเจ้าหน้าที่ จิตอาสาประมาณ 100 คน และเครื่องจักรกลเข้ากำจัดดินโคลนและสิ่งของตกค้างตามบ้านเรือนประชาชน รวมถึงทำความสะอาดเส้นทางสัญจรในซอยนาใน 5 และซอยนาใน 8 เพื่อให้พื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ เทศบาลเมืองป่าตองเปิดรับลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือสำหรับผู้ประสบอุทกภัยในเขตเทศบาล ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม–6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.00–16.30 น. ณ อาคารศูนย์ชมรมผู้สูงอายุเทศบาลเมืองป่าตอง โดยขอให้ผู้ได้รับผลกระทบเตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ภาพถ่ายความเสียหาย รายการความเสียหาย และเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น สัญญาเช่าบ้านสำหรับผู้เช่า เพื่อประกอบการลงทะเบียน