เขาฉกรรจ์เดือด! หนุ่มวัย 30 ปี ร้องศูนย์ดำรงธรรม อ้างถูกกำนันหญิง ใช้แก้วเยติ ตบปากแตก ร้องสื่อช่วยติดตาม หวั่นคดีเงียบ

สระแก้ว – หนุ่มวัย 30 ปี ร้องศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเขาฉกรรจ์ ขอความเป็นธรรม หลังอ้างถูกกำนันหญิง ทำร้ายร่างกาย ใช้แก้วเยติฟาดบริเวณริมฝีปากบนจนแตกเป็นแผลฉีกขาด ต้องเย็บรักษา เดินหน้ายื่นหนังสือถึงนายอำเภอ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมร้องสื่อช่วยติดตาม หวั่นเรื่องเงียบ

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 14.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนานัท กาโห้ อายุ 30 ปี ผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเขาฉกรรจ์ พร้อมขอเข้าพบ นายอำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาด้านวินัย หลังกล่าวอ้างว่าถูกกำนันหญิง รายหนึ่ง ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บบริเวณริมฝีปากบน ต้องเข้ารับการรักษาและเย็บบาดแผล

นายธนานัท เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลาประมาณ 01.30 น. ขณะตนกำลังนั่งรับประทานอาหารภายในงานเลี้ยงวันเกิดของพี่ที่สนิทกัน ณ บ้านพี่เดียวดาย หมู่ 6 ตำบลเขาฉกรรจ์ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว

ระหว่างนั้นมีกำนันหญิง รายหนึ่งเดินเข้ามาที่โต๊ะอาหาร และพูดกับหลานชาย ของกำนันให้กลับบ้าน ขณะเดียวกัน นายธนากร ซึ่งเป็นพี่ชายของตน ได้ยกมือไหว้ทักทายกำนัน แต่กลับได้รับคำพูดว่า “มึงไม่ต้องมายุ่ง” ก่อนที่นายธนากร จะตอบกลับว่า “ผมผิดอะไร”

จากนั้น กำนันหญิง รายดังกล่าวได้หยิบแก้วเยติ หรือแก้วเก็บความเย็น ที่วางอยู่บนโต๊ะ ปาเข้าใส่บริเวณใบหน้าของ นายธนานัท จำนวน 1 ครั้ง ส่งผลให้บริเวณริมฝีปากบนแตกเป็นแผลฉีกขาด มีเลือดออก และต้องเข้ารับการรักษาโดยการเย็บบาดแผล

ภายหลังเกิดเหตุ นายธนานัท ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกกล่าวหาตามกฎหมาย

ผู้เสียหายยังระบุเพิ่มเติมว่า ขณะเกิดเหตุคู่กรณีมีลักษณะคล้ายมึนเมา จึงตัดสินใจเดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอเขาฉกรรจ์ และขอเข้าพบนายอำเภอ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่และวินัยของกำนันหญิง รายดังกล่าว

พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา และขอให้สื่อมวลชนช่วยติดตามนำเสนอข่าว เพื่อให้เรื่องดังกล่าวได้รับการตรวจสอบและไม่ถูกปล่อยให้เงียบหายไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยังกำนันผู้ถูกกล่าวหา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและขอสัมภาษณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ได้รับการปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวยังเป็นข้อกล่าวอ้างจากฝ่ายผู้เสียหาย ข้อเท็จจริงและความรับผิดทางกฎหมายต้องรอการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่และกระบวนการยุติธรรมต่อไป โดยผู้ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด.