ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ส่งมอบเงินสด 119,000 บาท คืนผู้เสียหายจากขบวนการหลอกลงทุนออนไลน์ หลังชุดสืบสวนประสานธนาคารกรุงไทย สกัดจับผู้ต้องหา 2 ราย ขณะถอนเงินที่เชื่อมโยงกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก่อนขยายผลพบเครือข่ายจัดหาบัญชีม้าและความเชื่อมโยงกับคดีในหลายพื้นที่ ขณะที่ผู้เสียหายเผยถูกมิจฉาชีพใช้คำพูดหว่านล้อมอย่างแนบเนียนจนหลงเชื่อโอนเงิน พร้อมฝากเตือนประชาชนระมัดระวังการลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการ สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วย พ.ต.ท.อรุษ สภานนท์ รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ได้ประสานเชิญหญิงผู้เสียหายรายหนึ่ง นามสมมติว่า “นางบี” เดินทางมารับเงินสดจำนวน 119,000 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดไว้ได้จากการจับกุมผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับขบวนการบัญชีม้าและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับข้อมูลจากทีมสืบสวนทุจริตด้านดิจิทัล ธนาคารกรุงไทย ว่าจะมีการถอนเงินที่ต้องสงสัยว่าเชื่อมโยงกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล มารีน่า พัทยา จึงวางกำลังเฝ้าติดตามพฤติการณ์อย่างใกล้ชิด
กระทั่งสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายนิรุธ หรือบี สุวรรณแดน และ น.ส.กุมภา หรือพลอย อนุพันธ์ บริเวณลานจอดรถภายในศูนย์การค้า ภายหลังถอนเงินสดออกจากบัญชีธนาคาร พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นเงินสด 119,000 บาท โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาฐานร่วมกับพวกที่หลบหนีเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย หรือความผิดฐานอั้งยี่ ก่อนดำเนินการสืบสวนขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า บัญชีธนาคารกรุงไทยของนายนิรุธ มีเงินโอนเข้าจำนวน 119,226 บาท ซึ่งเชื่อมโยงกับเส้นทางการเงินของผู้เสียหาย ก่อนมีการถอนออกเป็นเงินสดในวันที่ 28 มีนาคม 2569 และถูกเจ้าหน้าที่จับกุมพร้อมตรวจยึดเงินดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน
นอกจากนี้ จากการสืบสวนขยายผลยังพบข้อมูลการติดต่อผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “รับซื้อ เช่าบัญชีธนาคาร” ซึ่งนำไปสู่การตรวจสอบบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับเครือข่าย ได้แก่ น.ส.สุภาพร หรือเบลล์ แสงสำราญ ซึ่งถูกระบุว่ามีบทบาทในการจัดหาบัญชีธนาคาร และนายสุเทพ หรือนะโม กลิ่นขจร ซึ่งถูกระบุว่ามีบทบาทควบคุมบัญชี รวมถึงบัญชีรับโอนเงินอื่น ๆ ภายในเครือข่าย
เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบความเชื่อมโยงกับคดีที่มีการแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ของ สน.ประชาชื่น กรุงเทพมหานคร และ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ด้านนางบี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีบุคคลเข้ามาพูดคุยชักชวนให้ร่วมลงทุน โดยใช้คำพูดโน้มน้าวอย่างน่าเชื่อถือ ทำให้ตนหลงเชื่อและทยอยโอนเงินไปให้หลายครั้ง กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็สูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก
ผู้เสียหายกล่าวอีกว่า มิจฉาชีพมีวิธีพูดจาหว่านล้อมอย่างแนบเนียน ทำให้ผู้ที่ไม่ทันระวังตัวหลงเชื่อได้ง่าย จึงอยากฝากเตือนประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนโอนเงิน โดยเฉพาะการชักชวนลงทุนจากบุคคลที่ไม่รู้จักหรือไม่สามารถตรวจสอบตัวตนได้
พร้อมกันนี้ ยังกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา ที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดเงินไว้ได้อย่างทันท่วงที จนทำให้ตนได้รับเงินจำนวน 119,000 บาทคืนในครั้งนี้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงดำเนินการสืบสวนขยายผลถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายบัญชีม้าดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป








