อัจฉริยะ แจ้งจับ สารวัตรต้า ร่วมวางแผนรีดเงินเว็บพนันออนไลน์ 140 ล้าน

33

อัจฉริยะ แจ้งจับ สารวัตรต้า ร่วมวางแผนรีดเงินเว็บพนันออนไลน์ 140 ล้าน พร้อมแจ้งเอาผิดคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง คดี ผกก.ตม.ด่านช่องเม็ก รีดเงินนักท่องเที่ยวลาว หลังพบทำรายงานเท็จช่วยพ้นผิด

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม พาเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.ชลบุรี ที่ถูกกล่าวหารีดไถเงิน140ล้านบาทจากเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.จิรวัฒน ทองท่า สว.(สอบสวน) กก.5.บก.ปปป. เพื่อแจ้งเอา พ.ต.ต.ณัติรุจน์ โชติธนัยสิทธิ์ สว.(สอบสวน) กก.3บก.สอท.2 หรือ สารวัตรต้า ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยทุจริต” หลังพบว่ามีส่วนในการร่วมวางแผนทำรายงานสืบสวนเท็จ และ ประสานงาน

นายอัจฉริยะ กล่าวว่า วันนี้ตนได้ทำแผนผังคดีรีดเงินเว็บพนันของนายเป้ 140 ล้านบาท ซึ่งเดิมที นายเป้ ได้ร่วมหุ้นทำธุรกิจกับ นายเจ และ พวกรวม 7 คน มีเงินหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อปี แต่ต่อมาเกิดขัดแย้งกัน นายเจ จึงแยกออกมาทำเอง โดยมี เสธโอ๊ค คอยเป็นแบ็คให้ ส่วน นายเป้ ก็มีหลานของโก๊ะท่าทราย คอยหนุนหลัง ซึ่งหลังจากแยกตัวออกมาทั้งนายเป้ กับ นายเจ ก็มีการนัดเจรจา เงินส่วนแบ่งธุรกิจ แต่ก็ไม่สามารถหาข้อตกลงกันได้ นายเจ จึงตัดสินใจว่าจ้าง เสธโอ๊ค ให้นำลูกน้องไปอุ้มตัว นายฟู ลูกน้องของนายเป้ ที่คอยทำหน้าที่เป็นคนกดเงิน มาเพื่อหวังจะรีดเงิน หลังรู้ว่า นายฟูมีเงินสดเก็บไว้ที่บ้านกว่า 50 ล้านบาท โดยมีเสธโมท เสธกำมะลอ ลูกน้องของ เสธโอ๊ค เป็นคนจัดการ

นายอัจฉริยะ กล่าว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เงินอย่างที่คิด จึงนำข้อมูลเว็บพนันของนายฟูและนายเป้ ไปให้เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ ทำคดี แต่ก็ไม่เป็นผล เสธโมท จึงนำข้อมูลดังกล่าวไปให้ตำรวจภูธร จ.ระยอง ก่อนมีการร่วมมือกับ ร.ต.อ.ชยุต รองสารวัตร ชุดศปอส.ภ.จว.ชลบุรี และ พ.ต.ต.ณัติรุจน์ หรือ สารวัตรต้า จัดทำรายงานสืบสวนเท็จขึ้นมา พร้อมกับบังคับให้พยานบางรายเซ็นชื่อลงไปในรายงานสืบสวน จนนำมาสู่การออกหมายค้น,หมายจับ และนำมาสู่เรื่องราวข่มขู่รีดเงินที่เกิดขึ้นซึ่งในส่วนของ สารวัตรต้าเรามีหลักฐานข้อมูลการใช้โทรศัพท์ และ คำให้การของพยานบางคนที่ยอมรับว่า สารวัตรต้า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางแผน ออกหมายจับ และ ออกหมายค้น ของขบวนการดังกล่าวจริง ในวันนี้จึงตัดสินใจพาเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.ชลบุรี ชุดจับกุมที่ตกเป็นแพะถูกดำเนินคดีจากเรื่องนี้ เข้ามาแจ้งเอาผิดกับ สารวัตรต้า อย่างที่ตนเคยว่าไว้ใครทำผิดก็ดำเนินคดี หากคนไหนไม่ผิดก็ต้องปกป้อง

 

“ภายในสัปดาห์นี้ตนจะพานายบอย พยานคนสำคัญทางคดีมามาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ที่ บก.ปปป. ว่าวันที่มีการนัดพูดคุยกับนายแดนไพร นั้นเป็นการพูดคุยกันเรื่องใด ซึ่งทุกอย่างตะกระจ่างชัดขึ้นมา” นายอัจฉริยะ กล่าว

 

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกด้วยว่า นอกจากเรื่องดังกล่าวแล้ว ในวันนี้ตนยังได้ถือโอกาสเข้าแจ้งความเอาผิด คณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตของ ผกก.ตม.ด่านช่องเม็ก จ.อุบลราชธานี กรณีรีดไถเงินนัดท่องเที่ยวขาวลาว ที่ ทาง ผบ.ตร. ตั้งขึ้นมา หลังปรากฎว่าคณะกรรมการมีการทำรายงานเท็จขึ้นมาแล้วสรุปผลส่งไปให้ ผบ.ตร. เพื่อต้องการช่วยให้ ผกก.รอดพ้นผิด โดยรายงานเท็จดังกล่าวมีการระบุว่า จากการสอบปากคำพยาน 35 ปากพบว่าเรื่องรีดไถเงินนักท่องเที่ยวชาวลาวที่ถูกร้องเรียนนั้นไม่มีมูลความจริง ทั้งที่ยังไม่มีการสอบปากคำตน จึงมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่สุจริต และ มีเจตนาช่วยเหลือคนผิด อีกทั้งยังทราบว่ามีการข่มขู่พยานนักท่องเที่ยวชาวลาวให้พูดว่าไม่มีการเก็บเงิน

“ สำหรับตัว ผกก. คนที่ถูกกล่าวหาว่ารีดเงินนักท่องเที่ยวลาว นั้น ทราบว่าเป็นลูกน้องของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. หรือ บิ๊กโจ๊ก ทั้งยังมีการอ้างชื่อ บิ๊กโจ๊ก เพื่อบังคับให้ผู้ใต้บังคับบัญชารีดไถเงินมาให้ครบ 10 ล้าน เพื่อจะนำไปมอบให้บิ๊กโจ๊ก ซึ่งก็ต้องดูบิ๊กโจ๊ก ว่าจะดำเนินการอย่างไรเมื่อลูกน้องของท่านมีการแอบอ้างชื่อ” นายอัจฉริยะ กล่าว

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้ร้องไว้ประกอบการพิจารณาควยคู่พยานหลักฐาน ก่อนประสานส่งต่อผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป