กองปราบทลายแก๊งอินเดียน่าโจนส์ไทยแลนด์ ลักลอบขุดโบราณวัตถุขายออนไลน์ ยึดของกลางนับพันชิ้น อึ้งเจอรูปปั้นช้าง-วัวสัมฤทธิ์โบราณ อายุกว่า 1,600 ปี

53

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 ก.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ,นายมนตรี ธนภัทรพรชัย ผู้อำนวยการกลุ่มงานโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 6 สุโขทัย และ นายชินณวุฒิ วิลยาลัย ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 7 เชียงใหม่ และเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากร ร่วมแถลงผลการจับกุมแก๊งนักล่าสมบัติโบราณโพสต์ขายผ่านเฟซบุ๊ก หลังนำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 9 จุด ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่, พะเยา, สุโขทัย และ ลำปาง

จากปฏิบัติการดังกล่าวสามารถจับกุมผู้ต้องหาขบวนการดังกล่าว ได้จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายทศพร อายุ 26 ปี นายทศพล อายุ 19 ปี และ นายศรีออน อายุ 46 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “เบียดบังเอาโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุนั้นไปเป็นของตนโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และ จำหน่าย เอาไปเสีย ซึ่งโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ โดยผิดกฎหมาย” พร้อมของกลางเครื่องสแกนโลหะ 11 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์การขุดโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ จำนวน 970 ชิ้น สมุดบัญชีธนาคาร 4 เล่ม

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ป. ได้รับแจ้งเบาะแสจากกลุ่มผู้อนุรักษ์โบราณวัตถุ ว่า มีกลุ่มบุคคลลักลอบขุด โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ก่อนนำไปโพสต์ขายผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ จึงประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรร่วมทำการสืบสวน จนพบว่ามีการกระทำดังกล่าวจริง ก่อนวางแผนติดต่อล่อซื้อ รูปปั้นโบราณจำนวน 2 ชิ้น ซึ่งเมื่อได้รับสิ่งของทั้ง 2 อย่างมาแล้ว จึงนำสิ่งของคล้ายวัตถุโบราณที่ได้มาส่งตรวจพิสูจน์ที่สำนักศิลปากร กรมศิลปากร พบว่าเป็นโบราณวัตถุจริง โดยเป็นรูปปั้นแกะสลักวัวสัมฤทธิ์โบราณ อายุ ประมาณ 1,600 ปี และ รูปปั้นช้างสัมฤทธิ์มีแท่นตราประทับ สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 21 จึงเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดทั้งขบวนการ

พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ กล่าวว่า จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้จะเริ่มจากการตั้งกลุ่มออกตระเวนขุด โบราณวัตถุตามโบราณสถานต่างๆ หรือ ดำน้ำงมหาสิ่งของริมแม่น้ำใหญ่ๆ ตามพื้นที่ จ. พะเยา, สุโขทัย และ ลำปาง ราชบุรี โดยระหว่างที่ออกไปขุดหรือดำน้ำงงหานั้นผู้ต้องหากลุ่มนี้จะมีการถ่ายทำเป็นคลิปวิดีโอ คล้ายกับลักษณะการสร้างคอนเทนต์นำไปโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆเพื่อดึงดูดผู้ที่สนใจ จากนั้นเมื่อได้โบราณวัตถุมาก็จะนำไปโพสต์ประกาศขายเพจเฟซบุ๊ก หรือ นำไปขายตามร้านรับซื้อวัตถุโบราณต่างๆในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออำนาจศาลออกหมายจับพร้อมหมายค้น จนนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการจับกุมตรวจยึดของกลางได้ดังกล่าว

พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ กล่าวต่อว่า จากการสอบสวน นายทศพรกับนายทศพล ให้การรับสารภาพว่าทำไปเพราะไม่ทราบว่าผิดกฎหมาย ซึ่งเงินที่ได้ก็นำมาใช้จ่ายใช้สอบในชีวิตประจำวัน ทำมานานหลายปี ส่วนนายศรีออน ให้การปฏิเสธ ซึ่งในส่วนนี้ก็ไม่ได้หนักใจอะไร เพราะมั่นใจในพยานหลักฐาน อีกทั้งจากการตรวจสอบบัญชีธนาคารผู้ต้องหาทั้งหมดพบมีรายได้ต่อเดือนตกเฉลี่ยประมาณ 200,000 บาท และ เฉพาะในห้วงเวลา 3 ปี มียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 10 ล้านบาท เบื้องต้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ด้าน นายพนมบุตร กล่าวว่า กรณีผู้พบเจอสิ่งของคล้ายโบราณวัตถุ หรือศิลปวัตถุ ขอให้นำส่งกรมศิลปากรตรวจสอบ ไม่ควรยึดถือไว้เป็นของตน เพราะมีความผิดตามกฎหมาย หากส่งคืนก็จะมีเงินรางวัลมอบให้บางส่วนด้วย สำหรับของกลางโบราณวัตถุที่พบครั้งนี้ มีสองชิ้นที่เป็นรูปปั้นวัว-ช้างสัมฤทธิ์ พบมีอายุมากถึง 1,600 ปี ซึ่งบ่งบอกถึงความสัมพัน์ทางการค้าตั้งแต่โบราณ หากสิ่งของเหล่านี้หลุดรอด หรือสูญหายไปจากประเทศ ก็จะทำต้องสูญเสียหลักฐานสำคัญของชาติที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้อีกด้วย