รวบหนุ่มขน 21 เมียนมาลอบเข้าเมือง รับทํามากกว่า 4 ครั้ง แต่รอบนี้โดนรวบทันควัน

12

กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตํารวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การ อํานวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ชัช สุกแก้วณรงค์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. (รรท.ผบก.ทล.), พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป.ปรท. รอง ผบกทล., พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.สมรภูมิ ไทยเขียว รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.อิทธิศักดิ์ ค้ำคูณ สว.ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. โดยสั่งการให้

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นําโดย ร.ต.อ.อํานาจ สีนวล, ร.ต.อ.พงษ์เชษฐ์ นุ่มมาก รอง ทล., ร.ต.ท.ณัฐ ปิ่นกระจัน, ร.ต.ท.ปณิธาน ใจชื้น รอง สว.(ป.) ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล.,

สว.ส.ทล. กก.2 บก. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ร่วมจับกุม

1.นายวรพล คนขับรถกระบะ พร้อมชาวเมียนมา 21 คน

ซึ่งต้องหาว่ากระทําความผิดฐาน ผู้ต้องหาที่ 1 “ช่วยเหลือซ่อนเร้นหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้บุคคล ต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย” ตรวจสอบพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวภาษี สิ้นอายุ จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาอีกว่า “ใช้รถไม่เสียภาษีประจําปี” ผู้ต้องหาที่ 2 – 21 กระทําความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พร้อมตรวจยึดของกลาง

1. รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ไฮลักซ์ รีโว่ สีขาว จํานวน 1 คัน

2. กุญแจรถยนต์บรรทุกส่วนบคุ คล ยี่ห้อ โตโยต้า รุ่น ไฮลักซ์ เรโว่ สีขาว จํานวน 1 ดอก 3. โทรศัพท์มือถือ จํานวน 1 เครื่อง

จับกุม บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 333 กม.64+200 (ขาเข้า) หมู่ที่ 21 ต.หนองมะค่าโมง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี

สืบเนื่องจากรถวิทยุตรวจการณ์ของ ส.ทล.6 กก.2 บก.ทล. ออกตรวจในเขตพื้นที่ ได้พบ รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล รีโว่ สีขาว ป้ายทะเบียนกําแพงเพชร ขับขี่มาตามถนนด่านช้าง – อู่ทอง ทางหลวง หมายเลข 333 กม.77 ขาเข้า อ.ด่านช้างฯ มีผ้าใบปกคลุมมิดชิด โดยสังเกตรถยนต์มีน้ําหนักมากกว่ารถยนต์ ปกติ มีการต่อเติมดัดแปลงกระบะรถ ซึ่งต้องสงสัยว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการขนย้ายแรงงานต่างด้าว จึง ได้ขับขี่ติดตามรถยนต์คันดังกล่าว และได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจโดยให้สัญญาณ เพื่อให้รถคันดังกล่าว จอด แต่เมื่อรถคันดังกล่าวพบเห็นรถยนต์ตรวจการณ์ของเจ้าหน้าที่ตํารวจ ได้ขับหลบหนีด้วยการเพิ่ม ความเร็ว

กระทั่งถึงบริเวณถนนด่านช้าง-อู่ทองเจ้าหน้าที่ตํารวจทางหลวงเร่งตามต่อเนื่องทําให้รถคันดังกล่าว หยุดลง เมื่อตรวจค้น นายวรพลฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ เมื่อตรวจค้นภายในรถยนต์คันดังกล่าว พบผู้ต้องหาที่ 2-21 นั่งอยู่ภายในบริเวณท้ายกระบะรถยนต์ ซึ่งมีการต่อเติมโครงเหล็กและปิดด้วยผ้าใบ ตรวจสอบไม่พบเอกสารยืนยันตัวตนที่ราชการออกให้ ไม่สามารถสื่อสารหรือพูดภาษาไทยได้ และไม่มีหนังสือ เดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใด

 

จากการสอบถาม นายวรพลฯ ผู้ต้องหาที่ 1 รับสารภาพว่า ได้รับการประสาน จากชายคนหนึ่งให้ไป รับผู้ต้องหาที่ 2 – 21 ภายในป่าละเมาะติดกับถนนพหลโยธิน อ.วังเจ้า จ.ตาก เพื่อไปส่งปลายทางในพื้นที่ ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี โดยการลักลอบขนย้ายบุคคลต่างด้าวในครั้งนี้ มีรถที่ร่วมขบวนการขนย้าย บุคคลต่างด้าวจํานวน 2 คัน เป็นรถนําเพื่อดูเส้นทางหลบหนีและจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ตํารวจ 1 คัน และเป็น รถที่ใช้ขนย้ายแรงงานต่างด้าวอีก 1 คัน กระทั่งมาถูกจับกุมดังกล่าว

พร้อมรับว่าได้ลักลอบขนย้ายบุคคลต่าง ด้าวครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ได้ค่าตอบแทนเป็นเงินจํานวน 2,000 บาท ต่อบุคคลต่างด้าว 1 คน

 

จากการสอบถาม บุคคลต่างด้าวผ่านล่าม ยอมรับว่า พวกตน ได้เดินทางมาจาก เมืองเมียวดี ประเทศ เมียนมา โดยการนั่งเรือข้ามฝั่งมาทางช่องทางธรรมชาติ มาลงเรือที่ฝั่ง อ.แม่สอด จ.ตาก จากนั้นเดินเท้ามา ก่อนจะมีรถยนต์กระบะมารับถที่บริเวณป่าละเมาะ เพื่อเดินทางต่อไปปลายทางบางส่วนมุ่งหน้า ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ,จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ชลบุรี โดยจ่ายเงินเป็นค่าเดินทางเข้ามาในประเทศ ไทย จํานวน 14,000 – 30,000 บาท โดยได้จ่ายเงินให้นายหน้าชาวเมียนมา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตํารวจได้ จับกุมตัวผู้ต้องหามาทําบันทึกจับกุม พร้อมด้วยของกลาง ส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ด่านช้าง เพื่อดําเนินคดี ตามกฎหมาย

สอบถามคําให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นรบัสารภาพทุกข้อกล่าวหา