12 สมาคมเปลี่ยนผ่านก้าวสู่ “สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย”

31

12 องค์กรภาคีสมาชิก สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ประกาศเจตนารมณ์เปลี่ยนผ่านก้าวสู่ “สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย” ยึดม่ันส่งเสริมสิทธิเสรีภาพการทำหน้าที่วิชาชีพสื่อสารมวลชน ตระหนักรู้รับผิดชอบต่อจริยธรรมวิชาชีพ พัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพทันยุคดิจิทัล และส่งเสริมความร่วมมือกับสื่อมวลชนนานาชาติ

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2566 เวลา 13.30 น. สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดงานครบรอบ 43 ปี และการเปลี่ยนผ่านองค์กรก้าวสู่ “สมาพันธ๋สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย” โดยมี 12 ภาคีสมาชิกเข้าร่วมงาน ได้แก่ สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.), สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย, สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย, สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย, สมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย, สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ, สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย, สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย, สมาคมผู้ลิตข่าวออนไลน์, และสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย

นายมงคล บางประภา ประธานสมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ได้กล่าวรายงานการดำเนินกิจกรรมของสมาพันธ์ฯ ที่ผ่านมา มีการส่งเสริมการทำงานขององค์กรสมาชิก และสื่อมวลชน ตลอดจนส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างสื่อมวลชนในภูมิภาคอาเซียนและจีน จากนั้น นายมานิจ สุขสมจิตร อดีตประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน และอดีตประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้เป็นประธานกล่าวเปิดงานว่า มีความยินดีและชื่นชมการทำงานของคณะกรรมการสมาพันธ์ฯและองค์กรภาคีสมาชิก ที่มีวิสัยทัศน์ในการทำงานและปรับตัวเข้ากับยุคสมัย รวมทั้งการจัดเสวนาหัวข้อ “ไทยในสถานการณ์ SDGs : บทบาทสื่อมวลชนควรเป็นอย่างไร” นับว่าทันสมัยเข้ากับช่วงที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ไปร่วมประชุมสมัชชาแห่งสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 ว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน พร้อมกันนี้ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลเกียรติคุณต่างๆ

จากนั้นนายภากร ยังแจ่ม เลขาธิการสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้เชิญนายกสมาคมและผู้แทน 12 ภาคีสมาชิก ขึ้นเวทีเพื่อร่วมประกาศเจตนารมณ์ เปลี่ยนผ่านองค์กรก้าวสู่ “สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย” โดยนายมงคล บางประภา ประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เป็นผู้ประกาศเจตนารมรณ์การก้าวสู่ยุคใหม่ คือ 1.การส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการทำงานเกี่ยวข้องกับวิชาขีพสื่อสารมวลชน

2.ตระหนักรู้และรับผิดชอบต่อหลักจริยธรรมแห่งวิชาชีพ 3.ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพที่ทันต่อความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล และ 4.ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรสื่อมวลชนนานาชาติ

หลังจากนั้น ผู้แทนทั้ง 12 องค์กรภาคีสมาชิก ได้ยืนจับมือประกาศเจตนารมณ์ ท่ามกลางเสียงปรบมือของสื่อมวลชนอาวุโส รุ่นเก่าและรุ่นใหม่ที่มาร่วมงานด้วยความชื่นชมยินดี

 

ต่อจากนั้น นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานในงานได้เป็นประธานมอบโล่เกียรติคุณแก่องค์กรที่ให้การสนับสนุนการจัดงาน ได้แก่ นายพินิจ จารุสมบัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีน และส่งเสริมความสัมพันธ์, นางชาลอต โทณวณิก ที่ปรึกษาด้านสื่อสารองค์กร บริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, น.ส.ศิรนุช โรจนเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน), สถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส จัดถ่ายทอดไลฟ์สด และ สามย่านมิตรทาน์ ฮอลล์ สถานที่จัดงาน

ช่วงที่สองของงาน ดร.สุวัฒน์ ทองธนากุล ที่ปรึกษาสมาพันธ์ฯ ได้เป็นผู้ดำเนินการเสวนาพิเศษ หัวข้อเรื่อง “ไทยในสถานการณ์ SDGs : บทบาทสื่อมวลชนควรเป็นอย่างไร” โดยมีผู้ร่วมเสวนาได้แก่ นายวันฉัตร สุวรรณกิต รองเลขาธิการ สภาพัฒนการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, ผศ.ชล บุนนาค ผู้อำนวยการโครงการ SDG Move คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนผู้เสวนาพิเศษอีกท่าน นางธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้อำนวยการสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย(GCNT) ได้ส่งคลิปจากการไปร่วมประชุมว่าด้วยเป้าหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน (SDG Summit) ในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 จากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐฯ มาร่วมวงเสวนา ได้รับความสนใจจากผู้ฟังเป็นอันมาก

ต่อจากช่ววงเสวนาพิเศษ นายเทพชัย

หย่อง อดีตประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน ในฐานะ ประธานจัดการประกวด “ภาพข่าวอาเซียน ปี 2024” (CAJ Photo Contest 2024)ได้ขึ้นเวทีประกาศการจัดประกวด “ภาพข่าวอาเซียน 2024” ภายใต้หัวข้อ “เปิดรับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนผ่านเลนห์ของคุณ”

(Embrecing Sustainable Tourism Through Your Lens) ซึ่ง สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพจัดการประกวดในปี 2567 โดยคัดเลือกจากภาพที่นำเสนอในหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ และจะมีการประกวดคัดเลือกภาพในประเทศไทยด้วย

ช่วงสุดท้ายของงาน ได้มีพิธีมอบรางวัลเกียรติคุณแก่ “บุคคลผู้มีคุณูปการต่อสมาพันธหนังสือพิมพ์แหงประเทศไทย” ซึ่งคณะกรรมการสมาพันธ์ฯ ได้มีมติมอบรางวัลให้แก่ นายบัณฑิต รัชวัฒนะธานินทร์ อดีตบรรณาธิการข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ อดีตประธานสมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งอาเซียน และอดีตนายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ เป็นนักหนังสือพิมพ์ที่มีคุณูปการต่อวงการสื่อมวลชนไทยและสื่อมวลชนอาเซียน

พร้อมกันนี้ได้มีการมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณบุคคล และองค์กรที่ให้การสนับสนุน องค์กรภาคีสมาชิก สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มอบให้ นายระวิ โหลทอง อดีตนายกสมาคมฯ, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย มอบให้สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย มอบให้นายยุทธนา หยิมการุณ อดีตอธิบดีกรมธนารักษ์, สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย มอบให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, สมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย มอบให้กรมประชาสัมพันธ์, สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย มอบให้นายณัฏฐ์ ธีรณัฐสุภานนท์ ประธานมูลนิธิกองทุนพัฒนาการกีฬา, สมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชนแห่งประทศไทย มอบให้ ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานมูลนิธิช่างภาพสื่อมวลชน, สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ มอบให้ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศ มอบให้ นายเศรษฐา ทวีสิน ในฐานะอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน), สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์ มอบให้นายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี ที่ปรึกษาสมาคมฯ, และสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย มอบให้ มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์

ซึ่งการจัดงานครบรอบ 43 ปีสมาพันธ์ สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย ในครั้งนี้ ประสบความสำเร็จด้วยความเรียบร้อยทุกประการ ขอบคุณคณะกรรมการบริหารสมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย, สมาชิก 12 องค์กรสมาคมสื่อ, ผู้ให้การสนับสนุนทุกๆภาคส่วน, ตลอดทั้งเจ้าของสถานที่ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ เป็นอย่างสูงในโอกาสนี้./

#สมาพันธ์สื่อมวลชนแห่งประเทศไทย(CTJ)