จับกุมขบวนการขนยาบ้าล็อตใหญ่ลงใต้ ยึดยาบ้ากว่า 2 ล้านเม็ด

27

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รรท.ผบก.ทล., พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ. บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป.ปรท.รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ภคพล สุชล รรท.ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.วิศิษฏ์ มินเสน รอง ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.นโรตน์ ยุวบูรณ์ รรท.รอง ผกก.2 บก.ทล., พ.ต.ท.กฤตย์ ธีรเวศย์สุวรรณ รรท.สว.กก.2 บก.ทล.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล., ร.ต.อ.ชาตรี บุญอยู่ รอง สว (ป)ส.ทล.4กก.2 บก.ทล., ด.ต.สายชล ตั้งวงศ์, ด.ต.พัทธนันท์ แดงกระจ่าง ผบ.หมู่ ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล.

บูรณากำลังร่วมกับ พ.ต.ต.วรฉัตร ฉลวยแสง สว.ส.ทล.2 กก.2 บก.ทล. และ พ.ต.ต.กล้า สมบัติพิบูลย์ รรท.สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด

ร่วมกันจับกุม

1.น.ส.ศิวภรณ์ฯ อายุ 28 ปี จับกุมได้บริเวณ ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร

2.น.ส.ชมพูนุชฯ อายุ 32 ปี จับกุมได้บริเวณ ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร

3.นายสราวุธ หรือเอ็ม อายุ 31 ปี จับกุมได้บริเวณ ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี

4.นายวรพล หรือเบิร์ด อายุ 29 ปี จับกุมได้บริเวณ ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี

ในความผิดฐาน “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย เพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต”

พร้อมตรวจยึดของกลาง ยาบ้า จำนวน 1,998,000 เม็ด

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง4.กก.2.บก.ทล. (ชุมพร) ได้รับแจ้งว่าจะมีขบวนการลักลอบขนยาเสพติด จากพื้นที่ภาคกลางนำไปจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ โดยขบวนการดังกล่าวจะใช้รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีขาว เป็นยานพาหนะในการขนส่งยาเสพติด พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ สว.ส.ทล.4 กก.2 บก.ทล. จึงได้สั่งการให้รถวิทยุทางหลวงตรวจการณ์ไปเฝ้าติดตามและสกัดจับขบวนการลักลอบขนยาเสพติดดังกล่าว

โดยในวันที่ 29 กันยายน 2566 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจมาถึงบริเวณถนน ทล.41 (เอเชีย) ขาล่องใต้ บริเวณ กม.8-9 ต.ทุ่งคา อ.เมือง จ.ชุมพร เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบรถยนต์ต้องสงสัยมีลักษณะและหมายเลขทะเบียนตรงกับที่ได้รับแจ้งมา อีกทั้งยังมีลักษณะเหมือนรถบรรทุกของหนักผิดปกติ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับรถติดตาม เและเปิดสัญญาณไฟวับวาบ เพื่อให้รถคันดังกล่าวหยุดรถ

โดยเมื่อรถคันดังกล่าวจอดชิดขอบทางด้านซ้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินไปยังรถคันดังกล่าวเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบ น.ส.ศิวภรณ์ฯ อายุ 28 ปี แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ และมี น.ส.ชมพูนุชฯ อายุ 32 ปี นั่งโดยสารมากับรถคันดังกล่าว จากการตรวจค้นภายในรถ พบกระสอบที่ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ มีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมวางอยู่บริเวณเบาะหลังที่นั่งคนขับจำนวน 3 กระสอบ โดยมีผ้าห่มและที่นอนสำเร็จรูปห่อปกคลุมไว้ด้านบน นอกจากนี้ยังพบกระสอบที่ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ มีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมอีกจำนวน 2 กระสอบ อยู่บริเวณท้ายรถที่เก็บสัมภาระ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญบุคคลทั้งสองพร้อมรถยนต์และสิ่งของที่บรรทุกมาด้วยไปยังสถานีตำรวจทางหลวง 4 กก.2 บก.ทล. (ชุมพร) เพื่อทำการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง โดยจากการตรวจสอบพบว่าภายในกระสอบดังกล่าวมียาบ้าจำนวนรวม 1,998,000 เม็ด

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตรวจยึดยาบ้าดังกล่าวไว้ และเเจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทั้งสองคนทราบ หลังจากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านวิสัยเหนือ จ.ชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การยอมรับว่า ยาบ้าดังกล่าวเป็นของพวกตน โดยทั้งสองได้เช่ารถยนต์โตโยต้า ยาริส สีขาว ดังกล่าวมาจากบริษัทรถเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.สุพรรณบุรี หลังจากนั้นจึงได้ขับไปรับยาบ้ามาจาก จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อนำไปส่งให้กับลูกค้าที่ จ.สงขลา

ภายหลังจากการจับกุมยาบ้าในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ทล. ได้มีการร่วมกันบูรณาการกำลัง และสืบสวนขยายผลขบวนการขนยาเสพติดดังกล่าว จนกระทั่งทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีรถยนต์อีก 1 คัน ที่อยู่ในขบวนการลักลอบขนยาเสพติดดังกล่าว ซึ่งทำหน้าที่เป็นรถนำทางในกับขบวนการขนยาเสพติด

 

ในวันเดียวกัน 29 ก.ย.๖๖ เวลาประมาณ 17.00 น. พ.ต.ต.วรฉัตร ฉลวยแสง สว.ส.ทล.2 กก.2 บก.ทล. และ พ.ต.ต.กล้า สมบัติพิบูลย์ รรท.สว.ส.ทล.1 กก.2 บก.ทล. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด จึงได้ร่วมกันสกัดจับรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า ยาริส สีขาว คันซึ่งทำหน้าที่เป็นรถนำทาง ได้บริเวณบนถนนพระราม 2 ทล.35 กม.83+400 (ขาเข้า) ต.วังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 2 คน คือ นายสราวุธ หรือเอ็ม อายุ 31 ปี และ นายวรพล หรือเบิร์ด อายุ 29 ปี

จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับว่า ตนได้ร่วมกันขนยาเสพติดในขบวนการดังกล่าวจริง โดยทำหน้าที่เป็นรถนำทาง และดูต้นทางให้กับรถที่ขนยาเสพติด โดยภายหลังเมื่อทราบว่า รถคันที่ขนยาเสพติดถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ พวกตนจึงได้ขับรถหลบหนีเพื่อกลับไปที่บ้านพัก

ทั้งนี้ในส่วนของผู้ร่วมขบวนการลักลอบขนยาเสพติด หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งดำเนินการสืบสวนและติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป