ชาตินักรบสมชื่อ ตร.ไซเบอร์ “จ่าสิบตำรวจ ชาตินักรบ” เข้าระงับเหตุคนคลั่ง เดินควงมีดกลางเมืองทองธานี

25

เกิดเหตุระทึก มีชายคุ้มคลั่งถืออาวุธมีดพยายามทำร้ายประชาชน บริเวณเมืองทองธานี ตำรวจไซเบอร์กำลังพาครอบครัวไปทานข้าว พบเหตุการณ์จึงเข้าระงับเหตุจนได้รับบาดเจ็บ

โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 30 ก.ย.66 เวลาประมาณ 13.00 น. ได้มีชายลักษณะอาการคุ้มคลั่งตะโกนโหวกเหวกโวยวาย ถืออาวุธมีดพยายามข่มขู่เพื่อขอข้าวกินจากชาวบ้านและร้านค้าบริเวณคอนโด C8 เมืองทองธานี จากนั้นได้เดินอาละวาดไปทางฝั่งถนนหน้าอาคารคอสโม่บาซาร์ มุ่งหน้าวงเวียนหน้าโรงแรมไอบิซ เมืองทอง ต่อมา จ.ส.ต.ชาตินักรบ สุคนธวัฒน์ ผบ.หมู่กลุ่มงานสอบสวน บก.สอท.2 สังกัด บช.สอท. หรือ ตำรวจไซเบอร์ ซึ่งกำลังขับรถพาภรรยาและลูกไปทานข้าวที่คอสโม่บาซาร์ พบเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวพอดี จึงหยุดรถบริเวณหน้าร้านกาแฟสตาร์บัค เพื่อจะระงับเหตุพร้อมทั้งให้ภรรยาโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669 และ สายด่วน 191

ต่อมา จ.ส.ต.ชาตินักรบฯ ได้พยายามเดินติดตามชายคุ้มคลั่งพร้อมทั้งมีชาวบ้าน ไรเดอร์ส่งอาหาร วิน จยย. และ รปภ. ของเมืองทองธานี พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่สายตรวจของ สภ.ปากเกร็ด ตามเข้ามาสมทบพอดี เบื้องต้นทราบว่าคนคุ้มคลั่งเป็น รปภ. ของเมืองทองธานี เนื่องจากมีมีหัวหน้า รปภ. คอยพยายามเจรจาให้สงบสติอารมณ์ โดยทั้งหมดจึงช่วยกันติดตามเพื่อพยายามหาจังหวะเข้าควบคุมตัว ในขณะที่ชายดังกล่าวก็ได้เอามีดจี้ที่หน้าอกของตัวเองพร้อมทั้งโวยวายตลอดเวลาและพยายามดักรถที่สัญจรผ่านไปมา

ต่อมา เมื่อถึงบริเวณวงเวียนหน้าโรงแรมไอบิซเมืองทองธานี จ.ส.ต.ชาตินักรบ ฯ เห็นว่า บริเวณถนนใกล้ธันเดอร์โดมมีประชาชนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีการแสดงคอนเสิร์ตพอดี จึงพยายามล้อมไม่ให้คนคุ้มคลั่งเดินไปฝั่งดังกล่าว

จากนั้น จ.ส.ต.ชาตินักรบ จึงวางแผนร่วมกับพลเมืองดีและสายตรวจ สภ.ปากเกร็ด เมื่อสบโอกาส จึงเข้ารวบตัวชายดังกล่าวอย่างชุลมุนเนื่องจากชายคุ้มคลั่งได้ขัดขืนและต่อสู้ตลอดเวลา จนสุดท้ายสามารถควบคุมตัวไว้ได้ และให้เจ้าหน้าที่สายตรวจนำส่ง สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทราบว่า จ.ส.ต.ชาตินักรบ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณนิ้วโป้งจากอาวุธมีดของคนร้าย และมีอาการเคล็ดขัดยอก นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกชายคนดังกล่าวทำร้ายอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ตำรวจไซเบอร์และพลเมืองดีได้ร่วมกับระงับเหตุ จนทำให้เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นสาหัสหรือเสียชีวิต