จับกุมผู้ประกอบการลักลอบขุดเจาะน้ำบาดาล

68

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรณธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส., พ.ต.อ.อริยพล สินสอน รอง ผบก.ปทส., พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา รอง ผบก.ปทส., พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.2 บก.ปทส.,พ.ต.ท.กรกช ยงยืนรอง ผกก.2 บก.ปทส., พ.ต.ท.ปกรษณ์เกียรติ พงษ์ธนนิกร รอง ผกก.2 บก.ปทส., พ.ต.ท.สมศักดิ์ แก้วทอง สว.กก.2 บก.ปทส.

 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ร.ต.อ.ธนเสฎฐ์ ศิริอภิพัฒน์ รอง สว.(ป)กก.2 บก.ปทส.,จ.ส.ต.อภินัน ทองเนตร,จ.ส.ต.วรุต ค้อชากุล,จ.ส.ต.สุรชาติ บังศรี ผบ.หมู่ กก.2 บก.ปทส.

ร่วมกันจับกุม

1.นายกิติศักดิ์ฯ​อายุ 52 ปี

2.นายธวัชชัยฯ ​อายุ 33 ปี

3.นายกฤษณะฯ ​อายุ 26 ปี

4.นายกรกฎฯ​อายุ 27 ปี

กระทำฐานความผิด “ ร่วมกันประกอบกิจการน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาลใดๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ( ม.16 พ.ร.บ.น้ำบาดาล 2520) ”

 

สถานที่จับกุม ในพื้นที่ หมู่ 2 ต.วังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี

 

ตรวจยึดของกลาง ได้แก่ 1.พ่วงลากจูงไม่มีหมายเลขทะเบียน พร้อมแท่นเจาะไม่มียี่ห้อ สีแดง ขนาดกำลัง 100 แรงม้าติดตั้ง บนพ่วงลากจูง

2. เครื่องอัดอากาศ ยี่ห้อแอร์แมน สีส้ม จำนวน ๑ เครื่อง ติดตั้ง บนพ่วงลากจูงไม่มีทะเบียน

3.หัวเจาะ ชนิด หัวแย็ก ขนาด 144 มม. จำนวน 2 หัว

4.ก้านเจาะขนาด 2.78 นิ้ว ความยาว 3 เมตร จำนวน 26 ก้าน

5.ท่อพลาสติกพีวีซี (PVC) สีฟ้า ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว ความยาว 4 เมตร จำนวน 1 ท่อ

เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ว่าพบเห็นการลักลอบขุดเจาะน้ำบาดาลบริเวณท้องที่ดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดจันทบุรี ได้ไปตรวจสอบพบเห็นกลุ่มบุคคลกำลังเดินเครื่องจักรดำเนินการขุดเจาะน้ำบาดาล

พบนายกิติศักดิ์ฯ แสดงตนเป็นผู้ดูแลพื้นที่ดังกล่าวและเป็นเจ้าของเครื่องจักร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัว พร้อมแสดงความบริสุทธิ์ใจ แจ้งความประสงค์ขอเข้าตรวจสอบและให้สัญญาณยุติการเดินเครื่องจักรขุดเจาะน้ำบาดาล

โดยนายกิติศักดิ์ ฯ ยินดีเต็มใจ ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ และเป็นผู้นำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบพื้นที่ด้วยตนเอง พร้อมทั้งยินดีตอบคำถามใดๆที่เจ้าหน้าที่ตำรวจซักถาม

​ขณะตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็นนายธวัชชัยฯ, นายกฤษณะฯ และนายกรกฎฯได้ร่วมกันดำเนินการขุดเจาะน้ำบาดาล และได้สอบถาม นายกิติศักดิ์ ฯ ว่ามีใบอนุญาตหรือไม่ และความลึกในการขุดเจาะน้ำบาดาล ประมาณเท่าใด นายกิติศักดิ์ ฯ ได้แจ้งว่าไม่มีใบอนุญาตฯ และได้ทำการขุดเจาะลึกลงไปเป็นระยะประมาณ 50 เมตร

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งแก่นายกิติศักดิ์ ฯ และพรรคพวกว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำผิด มาตรา16 แห่งพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบกิจการน้ำบาดาลในเขตน้ำบาดาลใดๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินในเขตน้ำบาดาลนั้นหรือไม่ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมทรัพย์ยากรธรณี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพ

เตือนภัย การเจาะน้ำบาดาลที่มีความลึกจากผิวดินเกิน 15 เมตร ต้องไปยื่นคำขอรับอนุญาต ใช้น้ำบาดาลให้ถูกต้องหากฝ่าฝืนจะมีความผิดตากฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

ผลกระทบที่จากการใช้น้ำบาดาล การกัดกร่อนและพังทลายของหน้าดินเนื่องจากการไหลของน้ำที่รวดเร็วส่งผลให้น้ำตะกอนพัดไปอย่างรวดเร็วจนอาจทำให้บริเวณชั้นหินเกิดการผุกร่อนและอาจมีการปนเปื้อนของสารเคมีหรือสิ่งปฏิกูลหากนำมาใช้ในการอุปโภคบริโภค