บุกจับฤาษี กายแก้ว อดีตทหารจบหลักสูตรรบพิเศษ มือปืนหนีคดีรับงานยิงคู่อริแก๊งค้ายาเสพติด

36

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจทางหลวง(บก.ทล.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป. และ พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.1 บก.ป. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป., ร.ต.อ.มณเฑียร ธงเทียน รอง สว.กก.1 บก.ป., ว่าที่ ร.ต.อ.ชวรินทร์ แหล่งสท้าน รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป., เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สว.ส.ทล.3 กก.6 บก.ทล., ร.ต.ท.ลัทธวัฒน์ สิริกาญจนาทัศน์ รอง สว.ส.ทล.3 กก.6 บก.ทล. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส.ทล.3 กก.6 บก.ทล.

ร่วมกันจับกุม สิบโท เมธฤต หรือ สุนทรฯ (เสืออ้อย) อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดลำพูนที่ จ.221/2563 ลงวันที่ 4 พ.ย.63 ผู้ต้องหาตามประกาศสืบจับสำนักงานตำรวจแห่งชาติประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ลำดับที่ 105

ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน, มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร”​

สถานที่จับกุม บริเวณถนนภายในซอยหมู่บ้านลุงปุง หมู่ 2 ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์

พฤติการณ์

เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ได้มีเหตุคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิง นายมณฑลฯ กับ น.ส.อราชัญฯ บริเวณถนนทางหลวงชนบทบ้านสันวิไล หมู่ 17 ต.แม่ตืน อ.ลี้ จ.ลำพูน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แล้วหลบหนีไป จากการสืบสวนทราบว่ามี นายสุรพงศ์ฯ และ นายรุ่งโรจน์ฯ ร่วมกับทีมสังหารมี นายเกรียงไกรฯ, นายบุญทวีฯ และ

ชายไม่ทราบชื่อ ลักษณะคล้ายทหารหรือตำรวจผมสั้นเกรียน รวม 5 คน ได้รับคำสั่งจากนายพงษ์ (ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง) เป็นชาวเขาเผ่าลีซอ ได้ร่วมกันวางแผนโดยให้นายสุรพงศ์ฯ ใช้ให้นายรุ่งโรจน์ฯ โทรศัพท์ล่อ

นายมณฑลฯ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ออกมาเพื่อที่จะให้นายสุรพงศ์ฯ และทีมสังหาร ใช้อาวุธสงครามที่ใช้กระสุน ขนาด 5.56 ยิงหลายนัด กระสุนปืนถูกนายมณฑลฯ ที่บริเวณโคนขาด้านในข้างซ้ายและถูก น.ส.อราชัญฯ ที่บริเวณหัวเข่าซ้าย น่องขวา และบริเวณข้อมือ กลุ่มคนร้ายได้แยกย้ายกันหลบหนีไป

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายสุรพงศ์ฯ และนายรุ่งโรจน์ฯ ได้ ทำการสอบสวนขยายผลทราบว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสองรายเป็นบุคคลที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่อาจมีการขัดผลประโยชน์กับ นายพงษ์ฯ ผู้สั่งการ และให้การว่าชายไม่ทราบชื่อ ลักษณะคล้ายทหารหรือตำรวจผมสั้นเกรียน หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุ คือ สิบโท เมธฤต หรือ สุนทรฯ(ผู้ต้องหาในนี้) ได้ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้ด้วย จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับต่อศาลจังหวัดลำพูน

 

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. ทำการสืบสวนเพื่อติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีนี้ เนื่องจากเป็นการกระทำอันอุกอาจ มีการก่อเหตุในลักษณะของมือปืนรับจ้าง รับงานจากผู้มีอิทธิพล ใช้อาวุธสงครามทำอันตรายต่อบุคคลอื่น จากการสืบสวนทราบว่า สิบโท เมธฤตฯ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ยังไม่ถูกจับกุม ได้หลบหนีมาบวช เปิดสำนักฤาษี ไว้หนวดเครา ไว้ผมยาวรุงรัง เล็บยาวสีแดงเหมือนฤาษีกายแก้ว กบดานอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ตะเข็บชายแดนกัมพูชา

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมลงพื้นที่ทำการสืบสวนหาตัว ผู้ต้องหาตามหมายจับข้างต้นอยู่นั้น ได้สังเกตเห็นชายไทยมีลักษณะตำหนิรูปพรรณใบหน้าตรงกับ สิบโท เมธฤตฯ เดินอยู่บนถนนภายในซอยหมู่บ้านลุงปุง หมู่ 2 ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จว.สุรินทร์

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เรียกให้บุคคลดังกล่าวหยุด และเข้าไปแสดงตัว และสอบถามจนทราบว่าชายคนดังกล่าว คือ สิบโท เมธฤต หรือ สุนทรฯ (ผู้ต้องหานี้) บุคคลตามหมายจับข้างต้น จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้ต้องหานำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ลี้ จ.ลำพูน เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การภาคเสธ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เตือนภัย ผู้ที่ลงมือกระทำความผิด ถึงแม้จะหลบหนี ซ่อนตัว ปกปิดตัวตน ก็หนีไม่พ้นศักยภาพของตำรวจสอบสวนกลางที่จะจับกุมกลับมาดำเนินคดี เพื่อให้สังคมอยู่ในความสงบสุข รักษาไว้ซึ่งระเบียบแบบแผนทางกฎหมาย และขนบธรรมเนียมอันดีงามของประเทศชาติสืบไป