“รอง ผกก.ป.ท่าข้าม” เหยื่อคลั่งจับลูกสาวเป็นตัวประกัน ถูกยิงสวนเข้าหน้าอกดับขณะบุกชาร์จ ตร. ตรึงกำลังกว่า 6 ชม. ก่อนยิงตัวดับรุ่งสาง
เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 20 ก.ค. พ.ต.ท.ธรรญธร รัศมี รอง สว.(สอบสวน) สน.ท่าข้าม รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนจับเด็กเป็นตัวประกัน ก่อนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะระงับเหตุจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส 2 นาย เหตุเกิดภายในหมู่บ้านดี.เค. ซอย 2 (พระยามนธาตุราชศรีพิจิตร์) ถนนกาญจนาภิเษก แขวงคลองบางบอน เขตบางบอน กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผช.ผบ.ตร. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.น. พ.ต.อ.เลิศศักดิ์ เขียมทรัพย์ ผกก.สน.ท่าข้าม หน่วยอรินทราช 26 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ท่าข้าม และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น ปลูกติดเรียงกันหลายคูหา ภายในอาคารเลขที่ 45/258 พบชายมีอาการคลุ้มคลั่งทราบชื่อต่อมาคือนายบุญมา หรือเสี่ยตุ๊ง อายุ 49 ปี เจ้าของธุรกิจโรงพิมพ์ ใช้อาวุธปืนจับลูกแท้ ๆ เป็นตัวประกัน ต่อมาทาง พ.ต.ท.กิตต์ชนม์ จันยะรมย์ รอง ผกก.ป.สน.ท่าข้าม พร้อมด้วย ด.ต.ไชยวัฒน์ อัตโสภณวัฒนา ผบ.หมู่ ป.สน.ท่าข้าม ได้เข้าระงับเหตุจนถูกผู้ก่อเหตุยิงสวนออกมา 2 นัด ส่งผลให้ถูก พ.ต.ท.กิตต์ชนม์ เข้าอย่างจัง จนได้รับบาดเจ็บสาหัสทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงเร่งช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลสหวิทยาการมะลิ ซอยเอกชัย 85 บางบอน กทม. เพื่อรักษาอาการอย่างเร่งด่วนแต่ผู้ได้รับอาการบาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วน ด.ต.ไชยวัฒน์ ได้รับบาดเจ็บแค่ถูกสะเก็ดกระสุนปืนเล็กน้อยเท่านั้น

สอบสวนนายสุวิทย์ โพธิ์สุข เจ้าหน้าที่ อปพร.ฝ่ายกู้ชีพกู้ภัย รหัสบางบอน202 เขตบางบอน ให้การว่า หลังได้รับแจ้งเหตุ ก็เข้ามาตรวจสอบตามพิกัด พบตำรวจนอนหมดสติจมกองเลือดอยู่หน้าบ้านถูกยิงที่หน้าอก และมือซ้าย รวม 3 นัด ขณะที่ภายในบ้านพบ ลูกสาวของผู้ก่อเหตุถูกพ่อใช้อาวุธปืนไม่ทราบขนาดตบเข้าไปที่บริเวณใบหน้า เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือสมาชิกในครอบครัวจำนวน 4 คน ออกมาจากบ้านพักหลังดังกล่าว โดยลูกสาวให้ข้อมูลว่าพ่อมีอาวุธปืนจำนวน 4 กระบอก คือ ขนาด.38, ขนาด. 9 มม., ขนาด 11 มม. และปืนลูกซอง พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่งไว้ในครอบครอง นอกจากนี้ลูกสาวผู้ก่อเหตุยังระบุอีกว่า บิดาขายยาและไม่ได้รับการรักษามาประมาณ 1 ปี และมีอาการคลุ้มคลัางอยู่บ่อยครั้ง

นายสุวิทย์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุจากตำรวจว่า ต้องการสนับสนุนรถพยาบาลไปส่งผู้ก่อเหตุซึ่งป่วยจิตเวช แต่เมื่อมาถึงบ้านหลังดังกล่าวกลับถูกผู้ก่อเหตุรายดังกล่าว ข่มขู่ว่าจะใช้อาวุธปืนทำร้ายแต่ก็ยินยอมให้พาไปส่งโรงพยาบาล
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมพลปิดล้อมอาคารหลังเกิดเหตุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมใช้เครื่องขยายเสียงเกลี่ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุยอมมอบตัว แต่กลับมีเสียปืนดังขึ้นจากในอาคารเป็นระยะๆ ทั้งนี้ได้กันพื้นที่โดยไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปโดยเด็ดขาด สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้เสียชีวิต เพิ่งออกตรวจเวรที่วัดบัวผัน เมื่อได้รับแจ้งเหตุจึงรีบเข้าระงับเหตุในทันที และจะเกษียณอายุราชการในปีหน้า กระทั่งมาถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตดังกล่าว

ต่อมา พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.เดินทางออกจากที่เกิดเหตุเพื่อไปดูผู้บาดเจ็บ ที่ รพ.สหวิทยาการมะลิ พร้อมกับเปิดเผยกับสื่แมวลชน ว่า เวลาตีสอง ตำรวจอยู่ระหว่างการเจรจากับ ผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นผู้ก่อเหตุ ที่อยู่บริเวณชั้นลอยของบ้านยังไม่มีท่าทีสงบ และใช้ปืนยิงสวนตำรวจเป็นระยะ แต่ตำรวจ ที่คุมสถานการณ์อยู่โดยรอบบ้าน ก็ไม่ยิงตอบโต้ หลังเกรงประชาชนละแวกข้างเคียงจะถูกลูกหลง เบื้องต้น ขอประเมินสถานการณ์เป็นระยะ จากยุทธวิธีเบาไปหาหนัก และปฏิบัติการอย่างรอบคอบที่สุด ส่วนการเยียวยา ครอบครัว พ.ต.ท.กิตติ์ชนม์ ยืนยัน จะดูแลเต็มที่ยอมรับ จากข้อมูลที่มี ทราบว่า ผู้ก่อเหตุ ชอบสะสมปืน และเคยฝึกฝนยิงปืน โดยปืนทั้งหมด เป็นปืนที่ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนเรื่องผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยทางจิตหรือไม่ ต้องขอตรวจสอบก่อน

ต่อมาเมื่อเวลา 03.00 น. รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรืออีโอดี เตรียมส่งเจ้า EOD ROBOT ไปสังเกตุการณ์ตามพื้นที่บริเวณโดยรอบของบ้านหลังจุดเกิดเหตุเพื่อประเมินสถานการณ์ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฎิบัติการณ์คอยกระจายกำลังตามจุดต่างๆเพื่อกระชับพื้นที่ และเฝ้าระวังเต็มพื้นที่บริเวณโดยรอบ อีกทั้งยังใช้ธรรมะผ่านเครื่องขยายเสียงคอยเกลี่ยกล่อมให้ตัวผู้ก่อเหตุใจเย็นวางปืนลง และเดินเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีท่าทีที่ตัวผู้ก่อเหตุจะสงบลงและมีการยิงปืนตอบโต้ออกมาเป็นระยะๆ

ต่อมาเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงขอความร่วมมือกับประชาชนบริเวณข้างเคียงจุดที่เกิดเหตุ ไม่ให้ออกมาภายนอกเคหสถาน ในขณะที่การเจรจาเกลี้ยกล่อมได้ยุติลง เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีท่าทีจะยอมมอบตัว โดยสถานการณ์ขณะนี้เป็นไปด้วยความตึงเครียด โดยคนร้ายได้ยิงปืนออกมา 1 นัดตอนเวลา 04.40 น.
จากนั้นเวลา 05.20 น. เจ้าหน้าที่เริ่มเปิดฉากยิงแก๊สน้ำตาเข้าไปในบ้านเกิดเหตุ 2 นัด เวลา 05.27 น. ยิงแก๊สน้ำตาอีก 3 นัด เวลา 05.28 น. เสียงปืนดังขึ้น 4 นัด เวลา 05.29 น. เจ้าหน้าที่ยิงอีก 4 นัด เวลา 05.35 น. เสียงปืนเจ้าหน้าที่ดังขึ้นอีก 2 นัด เวลา 05.38 เสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ระเบิดเสียง 1 ครั้ง เวลา 05.40 น. เสียงปืนดังอีก 2 นัด เวลา 05.45 น. เสียงปืนดังขึ้นอีก 3 นัด เวลา 05.49 น. เสียงปืนดังขึ้นอีก 3 นัด

กระทั่งเวลา 05.51 น. เจ้าหน้าที่เรียกรถกู้ชีพเข้ามาประจำจุดเตรียมรอรับคนเจ็บส่ง รพ. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจนำ “แนวกั้นของตำรวจห้ามผ่าน” มาขึงบริเวณโดยรอบจุดเกิดเหตุเพื่อการสถานที่ไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์
แต่หลังจากนั้นได้ประสานให้ทางรถกู้ภัยออกจากจุดเกิดเหตุ โดยมีรายงานเบื้องต้นว่าพบศพผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณใต้บันไดชั้นลอย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ประสานแพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้ามาตรวจสอบผู้เสียชีวิตต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ได้ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่าให้ประชาชนทั่วไปสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ.
************************


นายปราโมทย์ ทองกุญชร (ผอ.บริหาร) 0947869441 ติดต่อโฆษณา









