สืบนครบาลเปิดปฏิบัติการ Operation Smoke Out 10 จุด” ทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศ

สืบนครบาลเปิดปฏิบัติการ Operation Smoke Out 10 จุด” ทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่ของประเทศพบของกลางมูลค่ารวมกว่า 130 ล้านบาท พร้อมสั่งการให้เร่งสืบสวนขยายผลอย่างจริงจัง

วันนี้( 18 มี.ค. 68) เวลา 10.00 น. สืบนครบาลเปิดปฏิบัติการ “Operation Smoke Out” ปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ จังหวัดนนทบุรีจำนวน 10 จุด ทลายรังบุหรี่ไฟฟ้ารายใหญ่อันดับ 1 ของประเทศ นำเข้าพร้อมส่งออก จำหน่ายในเครือข่ายกว่า 100 เครือข่ายทั่วประเทศ โดยมี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พล.ต.ต.กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี พันเอกอาณัติ ดำนงค์ รองผอ.กอ.รมน.จังหวัดนนทบุรี และคณะ ร่วมแถลงผลปฏิบัติการดังกล่าว

สืบเนื่องจากตำรวจสืบนครบาล IDMB ได้ทำการสืบสวนลาดตระเวนทางออนไลน์พบว่ามีผู้จำหน่ายบุหรี่รายใหญ่มีการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านทางเว็บไซต้https://vapequeenzstore.com/ ได้มีการร่วมกันลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าทางออนไลน์ให้แก่บุคคลทั่วไปผ่านทางเว็ปไซต์ ก่อนจะส่งกระจายเป็นยังตัวแทนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทั้ง 4 ภาค และมากกว่า 100 กว่าร้านค้า จากการสืบสวนพบว่าผู้จำหน่ายคนดังกล่าว ได้ลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาทางภาคใต้ก่อนที่จะมาพักของไว้บริเวณโกดังย่านจังหวัด นนทบุรี ทั้งหมด 6 จุด ผลการตรวจค้น สามารถตรวจยึด ของกลาง เป็นบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องรวมกันกว่า 260,000 รายการ มูลค่ารวมกว่า 130,000,000 บาท ทั้งนี้ได้ขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 5 ราย ที่เป็นทั้งผู้ดูแลโกดัง ผู้รับหน้าที่ในการขนส่งสินค้า และฝ่ายจัดจำหน่าย โดยกลุ่มขบวนการนี้ จะนำบุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบนำเข้ามาโดยผิดกฎหมายซุกซ่อนไว้ที่โกดังในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพื่อหลบเลี่ยงการปราบปรามของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะดำเนินการกระจายบุหรี่ไฟฟ้าไปยังโกดังตามจังหวัดต่างๆ รวมถึงจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ด้วย

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวแสดงความชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจและหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ร่วมกันนำเงินงานปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความจริงจังของภาครัฐในการปราบปรามผู้ค้า และเครือข่ายรายใหญ่ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

นอกจากนี้ รัฐบาลได้เน้นย้ำไปยังกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผ่านที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ให้เดินหน้าสร้างการรับรู้ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนอย่างจริงจัง ถึงโทษ ผลกระทบ และบทลงโทษของผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้จึงถือเป็นการตรวจค้นครั้งใหญ่ และมีมูลค่าสูง โดยเจ้าหน้าที่จะขยายผลถึงระดับผู้บงการ ผู้นำเข้า เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดถือว่ามีความผิดฐาน

1.ร่วมกันขาย หรือให้บริการ บุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาเติม อันเป็นการฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ 2562

2.ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับไว้โดยประการใดๆ ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากรมาตรา 246 วรรค 1

3.ร่วมกันนำเข้ามา ซึ่งบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาเติม อันเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ.2557

4.และในข้อหาร่วมกันนำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการทางศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากรมาตรา 242