ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิลาลัย ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง, พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง, พ.ต.อ.สาธิต สมานภาพ ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง, พ.ต.ท.มงคล นนท์ธีระโรจน์ รองผู้กำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง, พ.ต.ท.ดร.เจต จึงประเสริฐศรี รองผู้กำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง และ พ.ต.ท.ยุทธนัน จันทร์เนตร สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง

สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.รัศมี คำศรีแก้ว สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พร้อมด้วย ร.ต.อ.ดำรงศักดิ์ สิทธิหล่อ รองสารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง, ร.ต.ท.ชัยยา สุธรรมแปง, ร.ต.ต.สมหมาย ปัญจรักษ์, ร.ต.ต.สิทธิชัย ชิ้นจิ้น และ ร.ต.ต.เดช ฉ่ำชื่น รองสารวัตร (ป้องกันปราบปราม) สถานีตำรวจทางหลวง 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุม นายสิทธิกร อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชัยนาท ที่ จ.263/2568 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2568 ในข้อหา “ฉ้อโกงประชาชน และปลอมและใช้เอกสารปลอม”

การจับกุมเกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 5 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 16.00 น. ภายในห้องพักเลขที่ 103 โรงแรมแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย และจากการสอบสวนทราบว่า เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2561 ผู้เสียหายรายหนึ่งได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ จังหวัด สงขลา หลังถูก นาย สิทธิกร หรือใช้ชื่อแฝงว่า “แจ็ค” หลอกลวงโดยแอบอ้างตนเป็นพนักงานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มือถือชื่อดัง เสนอขายแพ็กเกจติดตั้งอินเทอร์เน็ตพร้อมโปรโมชันพิเศษ อ้างว่าจะติดตั้งป้ายไฟฟรี ไม่ต้องเสียค่าภาษี รวมถึงแถมตู้แช่ และโทรทัศน์ ให้ภายในร้าน เพียงขอเงินมัดจำจำนวน 650 บาท
ผู้เสียหายหลงเชื่อเนื่องจากผู้ต้องหามีบัตรพนักงานของบริษัทดังกล่าว ก่อนจะมาทราบภายหลังว่า นาย สิทธิกร ไม่ได้เป็นพนักงานของบริษัทนั้นแล้ว จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง

นอกจากนี้ จากการสืบสวนยังพบว่า นาย สิทธิกร มีพฤติกรรมก่อเหตุลักษณะเดียวกันอย่างต่อเนื่อง โดยมักแอบอ้างเป็นพนักงานบริษัทออกแจกของ เช่น ร่ม กันสาด หรือตู้แช่ ให้กับผู้ประกอบการที่ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้าน แต่มีเงื่อนไขต้องวางเงินมัดจำ ก่อนจะหลบหนีไป โดยตระเวนก่อเหตุในหลายพื้นที่ ทั้งภาคอีสาน ภาคกลาง และภาคเหนือ มักเลือกเหยื่อเป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาดนัดและตลาดคลองถม จนมีผู้เสียหายหลายรายรวมกลุ่มติดตามตัว และ ศาลได้ออกหมายจับในเวลาต่อมา

กระทั่งวันที่ 5 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่าผู้ต้องหาหลบหนีมาเช่าพักอาศัยอยู่ที่โรงแรมดังกล่าวในจังหวัดเชียงราย จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พบว่านาย สิทธิกร พักอยู่ในห้องเลขที่ 103 เมื่อแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงหมายจับให้ดู ผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน

เบื้องต้น นาย สิทธิกร ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หันคา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป









