สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมบูรณาการทุกหน่วยงาน สกัดต้นทางสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ก่อนถึงมือขบวนการผลิตยาเสพติด

ตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติภายใต้การนำของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการและมอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศอ.ปส.ตร.) และ พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ดำเนินการอย่างเข้มข้นในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเชิงรุก โดยเฉพาะในด้านการควบคุม สกัดกั้น ป้องกันการลักลอบนำสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ออกนอกประเทศไปยังแหล่งผลิตยาเสพติด ซึ่งมี ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการทำงานแบบบูรณาการ เพื่อทำลายโครงข่ายอาชญากรรมยาเสพติดตั้งแต่ต้นตอ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นภัยร้ายที่คุกคามสังคมไทย

วันนี้ (30 มกราคม 2569) เวลา 13.30 น. พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ร่วมกับ นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร, นายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม, นายแพทย์รุ่งฤทัย มวลประสิทธิ์พร รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา , พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วยหน่วยในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล, ตำรวจภูธรภาค 1–9, กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เข้าร่วมประชุมเพื่อหารือแนวทางการควบคุม ตรวจสอบ และแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง ในการป้องกันการลักลอบนำสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไปใช้ในการผลิต ยาเสพติด

โดยในห้วงปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีผลการสกัดกั้น และปราบปรามสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ จำนวนรวม 5 รายงาน ตรวจยึดสารเคมีได้หลายชนิด เช่น Toluene ปริมาณ 317.09 ตัน, Acetone 352.58 ตัน, Hydrobromic Acid 97.2 ตัน, Methylamine 169.56 ตัน, Methyl Ethyl Ketone 1 ตัน เป็นต้น โดยเฉพาะ Toluene และ Acetone ซึ่งหากไปถึงมือขบวนการผลิตยาเสพติดเชื่อว่าสามารถใช้ผลิตยาบ้าได้กว่า 950 ล้านเม็ด

ที่ประชุมได้มีแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน ดังนี้
1. ปรับปรุงรายการบัญชีสารเคมีที่เกี่ยวข้องให้ครอบคลุมสารที่อาจจะนำไปผลิตยาเสพติด
2. บูรณาการร่วมทุกหน่วยงานในการติดตามการขนส่งสารเคมีภัณฑ์ที่เข้าข่ายฯ ร่วมตรวจสอบสถานประกอบการ โรงงาน โกดัง อย่างจริงจัง
3. กำหนดมาตรการนำเข้า นำผ่านสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์เพื่อประโยชน์ในการควบคุม
4. กำหนดมาตรการส่งออก และการควบคุมเป็นกรณีพิเศษในส่วนของพื้นที่ชายแดน เช่น พื้นที่ จ.ตาก จ.เชียงราย จ.กาญจนบุรี เป็นต้น
5. พัฒนาระบบระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลการนำเข้า นำผ่าน การส่งออก และการเคลื่อนย้ายสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไปยังพื้นที่ชายแดน
6. ปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ทันสมัย ครอบคลุมชนิดและประเภทของสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงอัตราโทษสำหรับความผิดในส่วนที่เกี่ยวข้อง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือทั้งด้านข่าวกรอง และการปฏิบัติการ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงสารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ไม่ให้เข้าสู่แหล่งผลิตยาเสพติด ซึ่งหากสามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้ปริมาณยาเสพติดที่ลำเลียงเข้าสู่ประเทศไทยลดลงอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดได้ที่สายด่วน 191, 1599 หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อร่วมกันปกป้องลูกหลานของชาติให้ห่างไกลจาก “ยานรก” และร่วมสร้างสังคมที่ปลอดภัย มั่นคง และอนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทยอย่างแท้จริง