ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดภูเก็ต บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันจับกุม หญิงชาวยูกันดาลักลอบชักชวนค้าประเวณีภายในซอยบางลาและยังตรวจพบว่าโอเวอน์สเตย์เกือบปี
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 03.00 น. ภายใต้การสั่งการของผู้บังคับบัญชาสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยชุดสืบสวน ตม.จว.ภูเก็ต นำโดย พ.ต.ต.อดิศร บุญชุ่ม พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันตรวจสอบภายในซอยบางลา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และทำการจับกุมตัวดังนี้
1. MISS DEBORAH อายุ 26 ปี สัญชาติ ยูกันดา
2. MISS ROSEMARY อายุ 42 ปี สัญชาติ ยูกันดา
3. MISS FAARIDAH อายุ 29 ปี สัญชาติ ยูกันดา
4. MISS GIFT MIREMBE อายุ 36 ปี สัญชาติ ยูกันดา
5. MISS MILLY MILDRID อายุ 31 ปี สัญชาติ ยูกันดา
6. MISS ZAKIYA อายุ 35 ปี สัญชาติ ยูกันดา
7. MISS HASIFAH อายุ 38 ปี สัญชาติ ยูกันดา
8. MS.BRENDA อายุ 31 ปี สัญชาติยูกันดา
9. MS.ANGEL HAWULA อายุ 30 ปี สัญชาติยูกันดา
จากการตรวจสอบ วันที่ 13 ก.พ. 69 เวลา 03.00 น. กลุ่มผู้ถูกจับกุม มีพฤติการณ์ติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว รบเร้าบุคคลที่เดินสัญจรไปมาบริเวณซอยบางลา เพื่อการค้าประเวณี กระทำอย่างเปิดเผยและเป็นที่เดือดร้อนรำคาญ และทำอับอายแก่สาธารณชน ซึ่งกระทำผิดตาม ม.5 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539
เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมตัวส่งเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงจังหวัดภูเก็ตดำเนินการเปรียบเทียบปรับ พร้อมนำตัวส่ง ตม.จว.ภูเก็ต ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและขึ้นบัญชีบุคคลต้องห้าม
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในระบบสารสนเทศของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่าผู้ถูกจับกุม 2 ราย การอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดจำนวน 229 วัน และ 76 วัน ทำบันทึกจับกุมส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
การจับกุมในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเข้มงวดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการป้องกันและปราบปรามกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวกระทำความผิดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ การแย่งอาชีพคนไทย กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ หรือการจัดตั้งบริษัทในลักษณะ (นอมินี)
ทั้งนี้ พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต ยืนยันว่า ตม.จว.ภูเก็ต จะยังคงเดินหน้ามาตรการตรวจสอบเข้มข้นเพื่อคัดกรองบุคคลที่อาจเป็นภัยต่อสังคม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยด้านชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในจังหวัดภูเก็ตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย









