ชลบุรี กรมศุลกากร กรมปศุสัตว์ อายัด 32 ตู้ต้องสงสัย ขาไก่เถื่อน กว่า 8.4 แสน กก. จ่อขยายผลเอาผิดผู้นำเข้า

เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร ร่วมกับกรมปศุสัตว์ ตรวจอายัดตู้คอนเทนเนอร์สินค้านำเข้าต้องสงสัยจำนวน 32 ตู้ ภายใน ท่าเรือแหลมฉบัง หลังพบผู้นำเข้าสำแดงสินค้าเป็นอาหารแช่แข็ง (Frozen Food) แต่จากการสืบสวนเชิงลึกเชื่อว่าอาจเป็น “ขาไก่แช่แข็ง” ที่ลักลอบนำเข้าโดยผิดกฎหมาย พร้อมเร่งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้อง

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เข้ายื่นหลักฐานร้องเรียนต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้ตรวจสอบและอายัดตู้คอนเทนเนอร์ 32 ตู้ หลังพบเบาะแสว่าเป็นการลักลอบนำเข้าตีนไก่จากประเทศกลุ่มเสี่ยงโรคระบาด โดยใช้เอกสารสำแดงเท็จและไม่มีใบอนุญาต พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีขบวนการนายทุนต่างชาติร่วมกับคนไทยใช้ประเทศไทย เป็นทางผ่านส่งออกต่อ อีกทั้งมีข้อมูลอ้างว่ามีความพยายามจ่ายสินบนเจ้าหน้าที่บางรายเพื่อปล่อยสินค้าล็อตดังกล่าว
ล่าสุดวันนี้ (17 ก.พ.) ที่ศุลกากรแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายภาณุ ลิ้มวงศ์ยุติ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง พร้อมด้วย น.สพ.รัชพล อินทร์สุข รักษาการหัวหน้าด่านกักกันสัตว์ชลบุรี เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอายัดตู้สินค้าต้องสงสัยไว้แล้ว โดยเริ่มอายัดตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2569 จำนวน 5 ตู้ วันที่ 22 มกราคม 2569 จำนวน 26 ตู้ และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 อีก 1 ตู้ รวม 32 ตู้ เพื่อรอตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นเจ้าของหรือดำเนินพิธีการทางศุลกากร
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าสินค้ามีต้นทางจาก ประเทศมาเลเซีย น้ำหนักรวมกว่า 700,000 กก. และจาก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน อีกกว่า 143,000 กก. ซึ่งการนำเข้าดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดฐานสำแดงเท็จ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายศุลกากร และนำเข้าสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมโรคระบาดสัตว์
นายภาณุ ระบุเพิ่มเติมว่า สำหรับข้อกล่าวอ้างว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องนั้น สำนักงานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจและอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการ โดยยืนยันว่าจะเร่งสืบสวนขยายผลถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการ พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด หากพบเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดจะดำเนินการทางวินัยอย่างถึงที่สุด
ด้าน น.สพ.รัชพล กล่าวว่า การนำเข้าเนื้อสัตว์ทุกชนิดต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล พร้อมเอกสารรับรองแหล่งที่มาและผลตรวจโรคอย่างถูกต้อง หากฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคสัตว์ กระทบความปลอดภัยผู้บริโภค และสร้างความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอีกด้วย