วันนี้ (19 มีนาคม 2569) เวลา 14.00 น. ณ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ต นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน กรณีการครอบครองและใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณหาดฟรีดอม ตำบลป่าตอง
อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยมี นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต, พันตำรวจเอก ปฐพี ศรีชาย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกะรน, นายสรศักดิ์ รณะนันทน์ หัวหน้าป่านั้นทนาการเขาโต๊ะแซะ เจ้าพนักงานที่ดิน เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
การเข้าร้องเรียนครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17–18 มีนาคม 2569 ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต บูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณทางลงหาดฟรีดอม ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด และได้ดำเนินการตามกฎหมายกับสิ่งปลูกสร้างที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีมีการเรียกเก็บค่าบริการจากนักท่องเที่ยว
การประชุมครั้งนี้ มีกลุ่มประชาชนเข้ายื่นเรื่องร้องเรียน ขอให้หน่วยงานภาครัฐตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการซื้อขายหรือครอบครองที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว โดยผู้ร้องบางรายระบุว่า มีเอกสารหรือหลักฐานการซื้อขาย ซึ่งทำให้เข้าใจว่าเป็นที่ดินที่มีการรับรองการทำประโยชน์ (ส.ค.1) และสามารถครอบครองได้ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะที่ดินยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานป่าไม้ และสำนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะของที่ดิน เอกสารสิทธิ และการใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างละเอียด พร้อมรับเรื่องร้องเรียนไว้พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย
ด้านหน่วยงานป่าไม้ชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และอยู่ระหว่างการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่เกี่ยวข้องจากการตรวจสอบที่ผ่านมา ขณะเดียวกันจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในประเด็นที่มีการร้องเรียน
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า หากมีผู้เสียหายจากการทำธุรกรรมซื้อขายที่ดิน และเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ โดยเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามพยานหลักฐานและข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด และทางด้านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดภูเก็ตจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ รวมถึงติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเป็นไปตามกฎหมาย
จังหวัดภูเก็ตขอย้ำว่า การดำเนินการทุกกรณีจะยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบข้อมูลและเอกสารสิทธิที่ดิน เช่น หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (ส.ค.1) อย่างรอบคอบก่อนทำธุรกรรม เพื่อลดความเสี่ยงจากการได้รับความเสียหาย
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานะทางกฎหมาย และจากข้อมูลเบื้องต้นเป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งโดยหลักแล้วไม่สามารถซื้อขายหรือโอนสิทธิในลักษณะเช่นที่ดินเอกชนได้
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันและยุติการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยมีการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดำเนินการตรวจยึด รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำ และติดตามผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ และรักษาพื้นที่สาธารณประโยชน์ของประชาชนต่อไป









