วันที่ 23 เมษายน 2569 ณ AYANA Sales Gallery อ.ถลาง จ.ภูเก็ต เปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการ AYANA x Thailand Longstay ดันภูเก็ตสู่ศูนย์กลางการอยู่อาศัยระดับโลก โดยเน้นย้ำถึงการสนับสนุนนักลงทุนต่างชาติให้สามารถถือครองอสังหาฯ มูลค่า 3 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมรับสิทธิการยื่นวีซ่าพำนักระยะยาว
ซึ่งได้รับเกียรติจากนางปิยภัทร สุบรรณ ณ อยุธยา ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Thailand Longstay และนางสาวกรทิพย์ เหรียญไกร กรรมการบริษัท ที.เอช. กรุ๊ป ภูเก็ต จำกัด พร้อมด้วย พ.ต.ท. นาธารา กาญจนพนาง รองผู้กำกับการด่านตรวจคนเข้าเมืองขาออก (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) และ พ.ต.อ.เขมชาติ วัฒนนภาเกษม ผกก.ตม.จว.ภูเก็ต เข้าร่วมงาน
นางปิยภัทร เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมีหน่วยเหลือขายกว่า 180,000 ยูนิต ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ การเปิดช่องให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อและพำนักในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จึงเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มสภาพคล่อง หลังภาครัฐออกวีซ่าพำนักระยะยาวสำหรับนักลงทุนตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 ซึ่งโมเดล “Residence as Investment” ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้โจทย์สำคัญ คือ “ซื้อแล้วต้องอยู่ได้” โดยผสานการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เข้ากับสิทธิพำนักอย่างถูกกฎหมาย พร้อมระบบคัดกรองและอำนวยความสะดวกแบบครบวงจร
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งสร้างระบบนิเวศการลงทุนครบวงจร ประกอบด้วย กระตุ้นสภาพคล่องตลาด ด้วยการดึงเม็ดเงินต่างชาติผ่านการลงทุนที่มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่ม, กระตุ้นเศรษฐกิจพื้นที่ โดยกลุ่มผู้พำนักระยะยาวมีกำลังซื้อสูง สร้างรายได้ต่อเนื่องทั้งภาคบริการ สุขภาพ และการศึกษา ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นด้านกฎหมาย ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และระบบคัดกรองเข้มงวด สำหรับเงื่อนไขการเข้าร่วม ผู้ลงทุนต้องซื้ออสังหาริมทรัพย์ในโครงการที่กำหนด มูลค่าขั้นต่ำ 3 ล้านบาท สามารถเลือกถือครองแบบกรรมสิทธิ์ต่างชาติ (Foreign Freehold) หรือเช่าระยะยาว
(Leasehold) ขั้นตอนสำคัญประกอบด้วย การโอนเงินจากต่างประเทศพร้อมเอกสาร FET Form การขึ้นทะเบียนผ่าน Thailand Longstay และการยื่นขอวีซ่าพำนักระยะยาว ซึ่งเริ่มจากวีซ่า 90 วัน และต่ออายุรายปีได้ต่อเนื่อง ตราบเท่าที่ยังถือครองสิทธิในทรัพย์สิน ผู้ลงทุนยังได้รับสิทธิพิเศษ เช่น การอำนวยความสะดวกด้านการรายงานตัวทุก 90 วัน และสิทธิประโยชน์จากเครือข่ายพันธมิตร
ในปัจจุบันพฤติกรรมชาวต่างชาติเปลี่ยนจากการท่องเที่ยวระยะสั้น เป็นการพำนักระยะยาวเฉลี่ย 7-8 เดือนต่อปี โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุน ครอบครัวที่ส่งบุตรเรียนโรงเรียนนานาชาติ และกลุ่มดิจิทัลโนแมด ส่งผลให้ความต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ศักยภาพ เช่น ภูเก็ต กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และพัทยา เพิ่มสูงขึ้น
พร้อมย้ำว่า ระบบวีซ่าดังกล่าวอยู่ภายใต้กฎหมายไทยทั้งหมด มีการตรวจสอบเอกสารและคัดกรองผู้ลงทุนอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจทั้งด้านความปลอดภัยและความโปร่งใส โดยThailand Longstay ยังเดินหน้าทำตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะไต้หวัน สิงคโปร์ และจีน ซึ่งมีความต้องการลงทุนสูง รวมถึงกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ระดับราคาตั้งแต่ 50 – 100 ล้านบาทขึ้นไป
ด้านนางสาวกรทิพย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การร่วมมือกับ Thailand Longstay และหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้ลูกค้าต่างชาติของโครงการ โดยเฉพาะกลุ่มรัสเซียและยูเครน ซึ่งเป็นตลาดหลัก หากสามารถพำนักระยะยาวได้ จะทำให้เกิดการใช้จ่ายในพื้นที่เพิ่มขึ้นและกระจายสู่เศรษฐกิจท้องถิ่น จากโครงการที่เข้าร่วม เช่น AYANA Heights Seaview Residences และ AYANA Soluna Villa
ความร่วมมือระหว่าง AYANA และ Thailand Longstay ในครั้งนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่ไม่ได้เป็นเพียงการขายอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศการลงทุนใหม่ที่เชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ด้านการพำนักเข้ากับมูลค่าสินทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนภูเก็ตให้ก้าวสู่การเป็น “Global Residential Hub” อย่างเต็มตัว พร้อมสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในภาคเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569









