เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สน.บางขุนเทียน จับกุมชายชาวเมียนมาพร้อมของกลางยาบ้า 20 เม็ด ภายหลังเรียกตรวจขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย บริเวณแยกบางบอน ถนนเอกชัย ก่อนตรวจพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเงิน และผลตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดในร่างกาย
การจับกุมครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.บุญโรจน์ โลจายะ ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลบางขุนเทียน, พ.ต.ท.พลัฎฐ์ ทับทิม รองผู้กำกับการจราจร สน.บางขุนเทียน และ พ.ต.ท.โกมินทร์ อัตโสภณวัฒนา สารวัตรจราจร สน.บางขุนเทียน
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วย ร.ต.อ.สำรวญ กาลา, ร.ต.อ.ประพันธ์ อัศวภูมิ, ร.ต.ท.ประยุทธ พันนิล, ร.ต.ต.นาวิน ผกาหวน, ด.ต.จงดล ธีวราวัฒนศิริ, ด.ต.สกล ภูชัยแสง, จ.ส.ต.เศรษฐ์สัณห์ อะทะเทพ และ ส.ต.ท.พรภวิษย์ ชูภู่
ผู้ต้องหาคือ นายเน โมย ต่อ (Mr. Nay Myo Thaw) สัญชาติเมียนมา พร้อมของกลางยาบ้า หรือเมทแอมเฟตามีน จำนวน 20 เม็ด น้ำหนักรวม 1.835 กรัม และใบรับรองผลการตรวจหาสารเสพติดในปัสสาวะจากโรงพยาบาลบางปะกอก 8 จำนวน 1 ฉบับ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรและกวดขันวินัยจราจรบริเวณแยกบางบอน ถนนเอกชัย พบผู้ต้องหาขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน 1กม 5018 เพชรบุรี โดยไม่สวมหมวกนิรภัย จึงเรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่และเอกสารประจำรถ
ระหว่างการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่าผู้ต้องหามีอาการพิรุธ ลุกลี้ลุกลนผิดปกติ จึงขอทำการตรวจค้น โดยได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนผู้ต้องหาพอใจ ก่อนพบยาบ้าจำนวน 20 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงพลาสติกลูกอมยี่ห้อฮอลล์ ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าเงินที่เก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงด้านหน้าขวา
จากการสอบถาม ผู้ต้องหารับสารภาพว่ายาบ้าดังกล่าวเป็นของตนเอง มีไว้เพื่อเสพ โดยก่อนถูกจับกุมได้เสพยาบ้าไปแล้ว 2 เม็ด และยอมรับว่าได้ซื้อยาบ้าจำนวน 22 เม็ด มาจากชายชาวเมียนมาชื่อ “นายนิว เล” บริเวณตลาดสุขสวัสดิ์ ถนนเอกชัย ในราคา 700 บาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกายที่โรงพยาบาลบางปะกอก 8 ซึ่งผู้ต้องหาให้ความยินยอม ผลการตรวจยืนยันพบสารเสพติดในปัสสาวะ
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย”, “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” และ “เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป









