กองปราบเปิดปฏิบัติการ “Dragon Nest” ทลายรังมังกรเทา ใช้โรงแรมหรู มั่วสุมปาร์ตี้ยา-บ่อนพนัน

กองปราบเปิดปฏิบัติการ “Dragon Nest” ทลายรังมังกรเทา ใช้โรงแรมหรู มั่วสุมปาร์ตี้ยา-บ่อนพนัน ครบวงจร จบในที่เดียว

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้

การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.รัฐมนตรี พันชูกลาง รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตร รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ศิษฏ์ พูลวงศ์ รอง ผกก.3 บก.ป,

พ.ต.ท.พัฒนพงษ์ เสณีแสนเสนา รอง ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.พงศกร ตันอารีย์ รอง ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ รอง ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิพร มีอาษา รอง ผกก.2 บก.ป. และพ.ต.ท.ปรัชญ์ แม้นเดช รอง ผกก.2 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น นำโดย พ.ต.ท.ศราวุธ ทองน้อย สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ท.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ รัตนพันธ์ สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ต.ธีรศักดิ์ นามเขต สว.กก.3 บก.ป.,

พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ อินทร์โท่โล่ สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ต.หญิง วรรณภา พรมบัญชา สว.กก.3 บก.ป.,

พ.ต.ต.เลอสันต์ พรมชื่น สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ต.วัตรสัณห์ เนตรหาญ สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ต.ปองธรรม ปองไป ช่วยราชการ กก.3 บก.ป., พ.ต.ท.วรพล เลิศวิริยะพงศ์ สว.กก.2 บก.ป., พ.ต.ท.กรพงศ์ วงษาลังการ สว.กก.2 บก.ป., พ.ต.ต.อดิศร อินทิยศ สว.กก.2 บก.ป., พ.ต.ต.หญิง นฤมล กัวซือกุ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.2 และ กก.3 บก.ป.

ร่วมจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย ได้แก่

1. นาย LIU อายุ 33 ปี สัญชาติจีน ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ประเภท 2 (เคตามีน) โดยมีไว้ในครองครองเพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจานในกลุ่มประชาชน”

2. MR.AYE (อาย อู) อายุ 31 ปี สัญชาติเมียนมา ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

3. Mr.Khun อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นต่างด้าวเข้ามาและ

อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

4. MR.CHAN อายุ 24 ปี สัญชาติเมียนมา ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”

สถานที่จับกุม โรงแรมแห่งหนึ่ง บริเวณถนนงามวงศ์วาน ตำบลบานเขน อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม (กก.3 บก.ป.) ร่วมกับ กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (กก.2 บก.ป.) เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ ตำบลบางเขน อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี หลังสืบสวนพบว่าถูกดัดแปลงเป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มทุนจีนสีเทา ใช้เป็นสถานที่เปิดบ่อนพนัน ลักลอบเสพยาเสพติด และจัดบริการผิดกฎหมายครบวงจร รองรับลูกค้าชาวจีน

 

โดยเฉพาะ

คดีนี้เริ่มจากประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนมายังกองบังคับการปราบปรามว่า โรงแรมแห่งดังกล่าว

มีพฤติการณ์ผิดปกติ มีชาวจีนเข้าออกตลอดทั้งวันทั้งคืน แต่กลับไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าพัก อีกทั้งมีการลักลอบเปิดให้เล่นการพนัน จัดปาร์ตี้เสพยาเสพติด และมั่วสุมของชาวจีนจำนวนมาก ภายหลังได้รับข้อมูล พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. และ ว่าที่ พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. ทำการตรวจสอบกรณีดังกล่าว

จากการสืบสวนพบว่า โรงแรมแห่งนี้มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดผิดสังเกตตั้งแต่ลานจอดรถ จะมี รปภ. ใช้วิทยุสื่อสารแจ้งการมาถึงของลูกค้าไปยังพนักงานด้านใน ก่อนพาลูกค้าใช้ลิฟต์ที่ควบคุมด้วยคีย์การ์ดขึ้นไปยังชั้น 6 จากนั้นต้องเดินต่อผ่านบันไดไปยังชั้น 7 และชั้น 8 โดยมีบุคคลภายในถือกุญแจเปิดประตูรับเท่านั้นบุคคลภายนอก รวมถึงพนักงานทำความสะอาดของโรงแรม ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวโดยเด็ดขาด

 

จากการสืบสวนยังพบว่า ผู้ให้บริการแทบทั้งหมดเป็นชาวจีน และพักอาศัยอยู่ภายในโรงแรมเดียวกัน เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหลออกสู่ภายนอก

แม้โรงแรมจะแจ้งว่าห้องพักเต็มทุกวัน ทั้งการจองผ่านเว็บไซต์และการจองโดยตรง แต่เมื่อตรวจสอบกลับไม่พบลักษณะของนักท่องเที่ยวทั่วไปที่สอดคล้องกับอัตราการเข้าพักเต็ม สายลับให้ข้อมูลตรงกันว่า

กลุ่มทุนจีนสีเทาเช่าโรงแรมทั้งหลังไว้สำหรับรองรับลูกค้าของตนเองเท่านั้น ชั้น 2-6 ใช้เป็นห้องพัก ส่วนชั้น 7 และชั้น 8 ถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่จัดปาร์ตี้ยาเสพติดและบ่อนพนัน บริเวณลานจอดรถพบรถยนต์จำนวนหลายคัน ซึ่งผู้ครอบครองส่วนใหญ่เป็นชาวจีน

และจากการตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับการถือครองในลักษณะนอมินี

จากการตรวจสอบยังพบว่าเมื่อปี 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเคยเข้าตรวจค้นสถานที่แห่งนี้ และสามารถจับกุมนักพนันชาวจีน 26 ราย พร้อมผู้ร่วมกระทำความผิดชาวไทยอีก 23 ราย ตรวจยึดโต๊ะพนัน เครื่องสล็อต และอุปกรณ์การพนันจำนวนมาก ก่อนที่โรงแรมจะปิดปรับปรุงในเวลาต่อมา และลักลอบเปิดบ่อนพนันและจัดปาร์ตี้ยาเสพติดอีกครั้ง ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมกว่าเดิม

 

จากการรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ากลุ่มผู้กระทำผิดดำเนินการในลักษณะเป็นขบวนการเริ่มตั้งแต่

จัดรถตู้ไปรับลูกค้าชาวจีนจากสนามบิน ส่งตรงเข้าโรงแรม จากนั้นให้บริการแบบครบวงจร ทั้งที่พัก การพนัน

ยาเสพติด และบริการทางเพศ ลูกค้า ผู้ให้บริการ พนักงาน และผู้ดูแลระบบ ส่วนใหญ่เป็นชาวจีนทั้งหมด

ทำให้สามารถควบคุมพื้นที่และป้องกันการแทรกซึมของบุคคลภายนอกได้อย่างแนบเนียน ไม่มีใครคาดคิดว่าโรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางจังหวัดนนทบุรี จะถูกยึดครองโดยกลุ่มทุนจีนสีเทา ใช้เป็นฐานรองรับลูกค้าชาวจีนแบบครบวงจร ตั้งแต่รับส่งจากสนามบิน เปิดบ่อนพนัน จัดหายาเสพติด ไปจนถึงบริการทางเพศ ภายใต้ระบบรักษาความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากเรื่องร้องเรียนของประชาชน สู่การสืบสวนที่ใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง

ก่อนจะเปิดโปงเครือข่ายทุนจีนสีเทาที่เช่าโรงแรมทั้งหลัง ดัดแปลงเป็นฐานปฏิบัติการลับ เปิดบ่อนพนัน ลักลอบเสพยาเสพติด และดำเนินธุรกิจผิดกฎหมายครบวงจร หากปล่อยเวลาให้ล่วงเลย ผู้กระทำผิดอาจทำลายพยานหลักฐาน เคลื่อนย้ายทรัพย์สิน หรือปรับเปลี่ยนระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อหลบเลี่ยง

การจับกุมจนนำไปสู่ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นครั้งใหญ่ของตำรวจกองปราบ

 

จนกระทั่ง ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ป. และ กก.2 บก.ป. สนธิกำลังกว่า 100 นาย

นำหมายค้นศาลอาญาเข้าปิดล้อมตรวจค้นโรงแรมทั้งหลัง การตรวจค้นพบผู้พักอาศัยกว่า 40 คน ประกอบด้วยชาวไทยใหญ่ ชาวจีน และชาวเมียนมา พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 4 ราย และตรวจยึดของกลางจำนวนกว่า 200 รายการ ได้แก่ ยาเสพติดประเภทเคตามีนและแฮปปี้วอเตอร์ อุปกรณ์แบ่งบรรจุยาเสพติด อุปกรณ์เปิดบ่อนพนัน อาทิ ชิปพนัน ไพ่ ลูกเต๋า แผ่นบาคารา และอุปกรณ์ไฮโล เงินสด บัญชีธนาคาร บัตรธนาคาร โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลจากระบบกล้องวงจรปิด

จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาสัญชาติจีนให้การว่า เป็นพนักงานของโรงแรมและพักอาศัยอยู่ภายในโรงแรมดังกล่าว โดยทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคนงาน และรับหน้าที่นำยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าตามคำสั่ง

ซึ่งยาเสพติดจะมีผู้นำมาฝากไว้ภายในห้องพัก เมื่อมีการสั่งซื้อจะนำไปส่งยังจุดนัดหมาย หรือในบางกรณีลูกค้าจะเดินทางมารับด้วยตนเองที่ห้องพัก ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธว่า ยาเสพติดที่ตรวจยึดได้และเงินสดจำนวน 110,000 บาทที่พบภายในตู้เซฟไม่ใช่ของตน

 

ส่วนผู้ต้องหาซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าว ให้การรับสารภาพว่า

ได้ลักลอบเข้ามาทำงานก่อสร้างในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

 

เตือนภัย ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์และเตือนผู้ประกอบการโรงแรมและ

สถานประกอบการที่พัก ไม่ให้ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้บุคคลหรือกลุ่มทุนใช้สถานที่ของตนเป็นแหล่งกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเล่นการพนัน เสพหรือจำหน่ายยาเสพติด ค้ามนุษย์ หรืออาชญากรรมในรูปแบบอื่น เนื่องจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอาจมีความผิดตามกฎหมาย และต้องร่วมรับผิดในผลแห่งการกระทำดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ขอเตือนไปยังกลุ่มทุนต่างชาติหรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ที่มีความพยายาม

เข้ามาใช้ประเทศไทยเป็นฐานดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบ่อนพนัน แหล่งมั่วสุมยาเสพติด หรือธุรกิจผิดกฎหมายในรูปแบบต่าง ๆ ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวน ขยายผล และบังคับ

ใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ร่วมขบวนการทุกคน โดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อไม่ให้ประเทศไทยตกเป็นแหล่ง

พักพิงหรือฐานปฏิบัติการขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

หากประชาชนพบเบาะแสเกี่ยวกับสถานที่หรือบุคคลที่มีพฤติการณ์ลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) หรือสถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อร่วมกันป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม และสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคมโดยรวม

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน

ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”