รวบไรเดอร์กร่าง ตระเวนใช้มีดข่มขู่เรียกเงินผู้ขับขี่รถบนถนน อ้างถูกขับรถเฉี่ยวชน

15

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป, พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.อลงกต คชแก้ว, พ.ต.ท.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์, พ.ต.ท.ธนศักดิ์ สว่างศรี และ พ.ต.ท.จักรี กันธิยะ รอง ผกก 1.บก.ป.,

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.สุรศักดิ์ หญีตบึ้ง สว.กก.1.บก.ป.

ร่วมกันจับกุม นายอภิวัฒน์ฯ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญามีนบุรี ที่ จ.356/2566 ลงวันที่ 3 เมษายน ๒๕๖๖ ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจหรือของ ผู้อื่น จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้นไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยมีอาวุธ, หน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง ผู้อื่นหรือกระทำโดยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย, ข่มขืนใจผู้อื่นให้ยอมให้ หรือยอมจะให้ตนหรือ ผู้อื่นได้ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกขู่เข็ญหรือของบุคคลที่สาม จนผู้ถูกข่มขืนใจยอมเช่นว่านั้น อันเป็นความผิดฐานกรรโชกโดยการกระทำโดยมีอาวุธ”

จับกุม บริเวณริมถนนราษฎร์อุทิศ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 ขณะที่ผู้เสียหายขับรถยนต์อยู่บน ถ.เลียบด่วนรามอินทรา โดยเมื่อมาถึงบริเวณตรงปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขากรุงเทพรามอินทรา 2 ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ ได้มีผู้ต้องหาสวมเสื้อสีเขียว ซึ่งเป็นเสื้อของพนักงานรับส่งของในแอปพลิเคชันชื่อดัง ขับขี่รถจักรยายนต์มาขนาบข้าง จากนั้นได้พูดขึ้นว่า “มึงปาดหน้ากูล้มแล้วมึงขับรถหนี เหรอ มึงจอด ไปจอดในปั๊ม” ซึ่งเมื่อผู้เสียหายเมื่อได้ยินดังนั้น จึงเกิดความตกใจ จึงขับรถไปจอดภายในปั๊ม ปตท. ที่เกิดเหตุ

หลังจากนั้นผู้ต้องหาจึงได้ขับขี่รถตามมา และทำการข่มขู่ผู้เสียหายให้รับผิดชอบค่าเสียหาย โดยมีการถกชายเสื้อขึ้นทำให้เห็นอาวุธมีดเหน็บอยู่บริเวณเอวข้างขวา อีกทั้งยังมีการโทรศัพท์ไปหาผู้อื่นลักษณะคล้ายเป็นพวกของตน โดยข่มขู่ว่าหากผู้เสียหายไม่ยอมชดใช้ จะเรียกพวกมาทำร้าย ด้วยความตกใจกลัวและเกรงว่าจะเกิดอันตรายแก่ตน ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินค่าเสียหายให้แก่ผู้ต้องหาเป็นเงินจำนวน 3,100 บาท จากนั้นจึงได้แยกย้ายกันไป แต่เนื่องจากผู้เสียหายมั่นใจว่าตนไม่ได้ขับขี่รถเฉี่ยวชน ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม และต่อมาภายหลังทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ได้ก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง โดยพื้นที่ก่อเหตุจะอยู่บริเวณเส้น ถนนเอกมัย (สุขุมวิท 63) – ประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบด่วนรามอินทรา)

ต่อมาพนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา และต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาได้มาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณ ถนนราษฎร์อุทิศ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนเข้าจับกุม หลังจากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป