ร้องกองปราบหลังฝากเงินกับสหกรณ์ดังแต่เบิกเงินตัวเองไม่ได้สูญเงินร่วมกันกว่า 170 ล้านบาท

14

กลุ่มชาวบ้าน จ.สุโขทัย ร้องกองปราบหลังฝากเงินกับสหกรณ์ดังแต่เบิกเงินตัวเองไม่ได้สูญเงินร่วมกันกว่า 170 ล้านบาท แถมถูกขู่หากเป็นข่าวเงินจะไม่ได้จะเหลือแค่สังกะสีคนละแผ่น

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 ก.ย. ที่ ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายรณณรงค์ แก้วเพร็ช ประธานเครือข่ายรณณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พาตัวแทนกลุ่มชาวบ้าน ต.ท่าชัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย กว่า 10 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ศักดา ศักดิ์เจริญทรัพย์ สว.สส.กก.4.บก.ป. เพื่อร้องขอให้ช่วยตรวจสอบสหกรณ์การเกษตรปฎิรูปที่ดินศรีสัชนาลัยจำกัด หลังนำเงินไปฝากแต่กลับไม่สามารถถอนออกมาได้

นายสุวภัทร นพวิบูลย์ อายุ 31 ปี หลานชายนางบัวโรย ใจชนะ อายุ 72 ปี ผู้ป่วยเป็นผู้ป่วยติดเตียง หนึ่งในสมาชิกสหกรณ์ กล่าวว่า ป้าของตนนำเงินไปฝากกับสหกรณ์เมื่อปี 2557 ต่อมา เกิดล้มป่วยตนจึงเป็นผู้ดูแลตามกฎหมาย หลังจากนั้นได้นำสมุดบัญชีของสหกรณ์ที่เป็นชื่อป้าจำนวน 2 บัญชีไปยื่นเรื่องเพื่อทำการถอนเงินออกมาเป็นค่ารักษา ซึ่งมีเงินฝากอยู่ร่วมกันเป็นเงิน 304,000 บาท แต่ทางเจ้าหน้าที่ของสหกรณ์กลับบอกว่าเบิกเงินไม่ได้เพราะสหกรณ์ไม่มีเงิน จึงพยายามสอบถามถึงเหตุแต่ก็ถูกบ่ายเบี่ยง เมื่อสอบถามสมาชิกรายอื่นๆก็พบเจอปัญหาเช่นเดียวกัน ที่ผ่านมาทราบว่ามีชาวบ้านที่เป็นสมาชิกแต่ไม่สามารถถอนเงินได้เกือบ 200 คน ร่วมเป็นเงินกว่า 170 ล้านบาท

“จากปัญหาที่เกิดขึ้นได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เงินที่เก็บออมฝากเงินมาทั้งชีวิตเพื่อไว้ใช้ยามแก่กลับไม่เหลือ ก่อนหน้าเคยรวมตัวกันไปร้องเรียนที่สหกรณ์ จังหวัดสุโขทัย แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงตัดสินใจรวมตัวมาร้องขอความช่วยเหลือจากตำรวจสอบสวนกลางในวันนี้

ด้านนางเรไร วงศ์ใหญ่ อายุ 58 ปี ชาวบ้านผู้เสียหาย อีกราย กล่าวว่า ฝากเงินกับสหกรณ์ดังกล่าวเพราะว่าแม่ของตนเคยฝากเงินกับสหกรณ์นี้แล้วไม่มีปัญหา ประกอบกับที่ตั้งทำการของสหกรณ์อยู่ใกล้บ้าน เริ่มฝากเงินกับสหกรณ์ตามแม่มาตั่งแต่ปี 58 ตลอดมาจนกระทั่งปลายปี 62 เพื่อนบ้านที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันได้มาบอกกับตนว่าให้ลองไปถอนเงินกับทางสหกรณ์ดูเพราะมีข่าวว่าทางสหกรณ์ไม่มีเงินแล้วเนื่องจากมีการทุจริตกันภายใน ตอนแรกก็ไม่เชื่อแต่พอลองไปถอนเงินดูก็ได้รับคำตอบว่าตอนนี้ทางสหกรณ์ไม่มีเงิน อยากได้ก็ต้องรอ และถ้านำเรื่องที่เกิดขึ้นไปร้องเรียนกับสื่อก็จะไม่ได้เงินคืนแต่จะได้สังกระสีคนละแผ่น โดยตนมีเงินฝากกับสหกรณ์เป็นเงิน 2.64 ล้านบาท ทั้งหมดเป็นเงินเก็บจากการค้าขายและทำไร่อ้อยมาทั้งชีวิต แต่กลับมาถูกโกงจนตอนนี้ไม่มีเงินไปลงทุนค้าขายหรือทำไร่เหมือนก่อนต้องมารับจ้างทำงานทั่วไปแทนเพราะไม่มีเงินที่จะทำทุน จึงตัดสินใจร่วมตัวกับผู้เสียหายรายอื่นมาร้องเรียนให้ทางทนายช่วยเหลือ หากครั้งนี้ไม่สำเร็จตนก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปทำไม

ด้าน นายรณณรงค์ กล่าวว่า ในกรณีดังกล่าวตนตั้งข้อสงสัยไว้ 3 ประเด็นหลัก คือ 1.การปลอมเอกสาร 2.ใช้เอกสารปลอม 3.ยักยอกเงินสหกรณ์ ส่วนปัญหาดังกล่าวทราบว่ามีมาตั้งแต่ปี 2561 ผ่านมากว่า 5 ปี ทำไมยังแก้ปัญหาให้ชาวบ้านตรงนี้ไม่ได้ ตอนนี้ก็คือทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการทำอะไรเลย ส่วนเรื่องที่จะเอาผิดกับผู้จัดการ ต้องตรวจสอบว่าผู้จัดการที่มีการปล่อยกู้ทำถูกต้องตามระเบียบของสหกรณ์หรือไม่ มีใครอนุมัติไหม ในส่วนนี้ทางสหกรณ์จังหวัดจะรู้วิธีการตรวจสอบ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ดำเนินคดีต่อ ซึ่งสหกรณ์จะมีการประชุมรายปีจะต้องเปิดเผยรายรับรายจ่ายทั้งหมดเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว จะอ้างว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลไม่ได้ ในกรณีนี้หากชาวบ้านไปแจ้งความทางสหกรณ์จะมีความผิดคือ ยักยอกทรัพย์

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้ร้องก่อนประสานส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป