อัจฉริยะ แจ้งความ ปปป.เอาผิด รอง ผบก.ตม.ในคดีรีดเงินเป้กับพวก 140 ล้าน

14

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 ก.ค.66 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม.

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าแจ้งความต่อพ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง.ผบก.ป. เพื่อเอาผิดต่อพันตำรวจเอกแดนไพร แก้วเวหล รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157) โดยระบุว่ามีพยานหลักฐานทั้งคลิปเสียงสนทนาระหว่างทีมทนายความของนายอัจฉริยะ กับนายบอยที่อยู่ระหว่างหลบหนีต่างประเทศ เกี่ยวกับกรณีที่นายบอยได้เข้าไปหารือกับพลตำรวจตรีวิวัฒน์ คำชำนาญ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ตำรวจไซเบอร์), มีอดีตนักข่าว และพันตำรวจเอกแดนไพร ภายในห้องทำงานที่สอท. รวม 4 คน เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.66 ที่ผ่านมา โดยระบุว่าพันตำรวจเอกแดนไพรได้ขอให้พลตำรวจตรีวิวัฒน์และอดีตนักข่าวช่วยประสานไปยังนายบอยให้เข้ามาพบเพื่อพูดคุยเรื่องคดี 140 ล้านบาท โดยนายบอยยอมรับว่าได้รับเงินไปทั้งหมด 28 ล้านบาท ส่วนนายต้นได้เงินไป 45 ล้านบาท ซึ่งนายบอยได้ยืนยันว่าหลังจากนี้จะเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดและต่อสู้คดี หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ถูกชุดทำงานของพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเพิกถอนวีซ่าจึงไม่สามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้

นอกจากนี้ นายอัจฉริยะยังได้นำหลักฐานเป็นภาพถ่ายร่วมกันระหว่างนายบอยกับพันตำรวจเอกแดนไพร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้กำกับ ตม.จังหวัดหนองคาย รวมทั้งกลุ่มไลน์ที่มีนายบอยและพันตำรวจเอกแดนไพรอยู่ในกลุ่มเดียวกันมาแสดงให้สื่อมวลชนดูด้วย ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันว่าที่พันตำรวจเอกแดนไพรอ้างว่าไม่รู้จักกับนายบอยมาก่อนนั้นไม่เป็นความจริง

 

 

สำหรับกรณีคดีเงิน 140 ล้านบาทนั้น สืบเนื่องจากภายหลังนายเป้ถูกจับกุม ก็มีอดีตนักการเมืองให้คำแนะนำว่าให้ไปแจ้งความความกับพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ จากนั้นพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์จึงแนะนำให้นายเป้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรคูคต จนมีการสืบสวนดำเนินคดีและออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในเวลาต่อมา

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่า พยานหลักฐานที่ได้มาทั้งหมด ไม่เกี่ยวข้องกับตำรวจไซเบอร์แต่ได้ข้อมูลมาจากการสืบค้นของทางชมรมเอง,ข้อมูลจากตำรวจตำรวจที่ถูกดำเนินคดี และสื่อมวลชน ทั้งยืนยันว่าไม่มีใครบงการหรืออยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ รวมทั้งตำรวจไซเบอร์ด้วย โดยตั้งแต่เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นยังไม่เคยได้พูดคุยคุยกับรองผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์เป็นการส่วนตัว แต่ได้พูดคุยกับท่านอื่นนายตำรวจท่านอื่นเท่านั้น

 

นายอัจฉริยะกล่าวเพิ่มเติมว่า ในสัปดาห์ได้หน้าเตรียมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใต้บังคับบัญชาของรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่มีการกระทำผิดกฎหมาย ทั้งการเสพยาเสพติด การเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ในพื้นที่ภาคตะวันออก