กรณีเจ๊ป้อมที่ถูกขโมยมนงานถนนคนเดิน นักข่าว
ลงพื้นที่หลายสำนักแล้วแก ขอให้จับได้เร็วๆฉัน
เอาใจช่วยนะเจ๊ ไม่อยากให้เสียชื่อคนนนทบุรี พร้อมคริปที่เจ๊ป้อมยกมือไหว้วิงวอนขอความช่วยเหลือ
เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่างลงพื้นที่ตลสดคน
เดินถ.บางกรวยไทรน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ด้านหลัง รพ.กรุงไทย พบนาง วิลาวรรณ วงค์อนุ อายุ 44 ปี เจ้าของร้านขายขนมจีนเล่าว่าตนเดินทางมาจากจังหวัดพิษณุโลกเพื่อที่จะมาขายขนมจีนที่ถนนคนเดินที่ถ.บางกรวยไทรน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ด้านหลัง รพ.กรุงไทย ซึ่งตนพึ่งจะมาขายขนมจีนได้เป็นวันที่ 3 วัน ซึ่งตนกางเต้นนอนในงานกับสามีและลูก และช่วงเก็บร้านในคืนวันที่ 25 ตนได้เอาสิ่งของที่มีค่าไว้ที่หัวนอน มีสร้อยคอ สองเส้น
เส้นละ 5 บาทและมีพระเลี่ยมทิง 1 อง และเส้นละ 2 บาท มีพระเลี่ยมทอง 1 องค์สร้อง 2 เส้นรวมเป็น 7 บาทเงินสด 100000 บาท พอช่วงเช้วของวันที่ 26 ตนจะไปตลาดพอตื่นขึ้นมากนะเป๋าสีเขียวที่ตนวางเอาไว้ที่หัวนอนหายไปซึ่งคนร้ายได้กรีดเต้นหยิบกระเป๋าของตนไปพอตนได้ขอดูกล้องวงจรปิดในงานดูจึงพบว่าช่วงเวลาดูกล้องวงจรปิดในงานช่วงเวลา 03.56 นาที ช่วงเช้าของวันที่ 26 มีชายหนึ่งคนเดินเข้ามาในพื้นที่ของงานแล้วเดินเข้ามาที่ร้านของตนนอนแล้วหยิบสิ่งของที่มีค่าของตนออกไป ซึ่งต
ยอยากฝากถึงคนที่เข้ามาขโมยว่ามึงเหี้ยมากมาขโมยของคนที่ทำมาหากินไปซึ่งสิ่งของที่หายไปตนเก็บมาทั้งชีวิตไหนจะดูแลแม่ที่ตาบอดอีกไหนจะครอบครัวไหนจะลูกน้องพอตนมาโดนแบบนี้ตนรู้สึกแย่มากแต่ยังดีที่สามีให้กำลังใจจึงอายฝากถึงเจ้าหน้าที่ ตร.ให้ตามจับคนร้ายให้โดยเร็วและฝากถึงตามร้ทนทองและร้านหลอมทองช่วยดูให้ตนด้วย
ทางด้านนายเคน อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นสามีเล่าว่าตนก็พูดอะไรไม่ออกที่มาโดนขโมยของไปจนหมดตัวแบบนี้คนเราทำมาหากินมาโดนแบบนี้อีกตนก็ให้กำลังใจภรรยาของตนไม่ให้คิดมากแต่ก็อดคิดไม่ได้ซึ่งตนและภรรยากับลูกก็ขายของไปตามงานเลื่อยๆไม่มีเวลาอยู่บ้านนอนก็กางเต้นนอนตามงานของก็ไม่ใช่ว่สจะขายดีมาโดนแบบนี้อีก
เบื้องต้นทางผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.บางบัวทองเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน









