หนุ่มแสบนักต้มตุ๋น แอบอ้างสํานักพระราชวัง ลวงเหยื่อกว่า 15 รายทั่วประเทศ ความเสียหายเกือบล้าน

13

กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) ภายใต้ การอํานวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ ผกก.2 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร, พ.ต.ท.นพรัตน์ คํามาก, พ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล, พ.ต.ท.พลวุฒิ ผาตินุวัติ รอง ผกก.2 บก.ป.

เจ้าพนักงานตํารวจชุดจับกุม บก.ป. นําโดย พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์ รอง ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ต.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ สว.กก.2 บก.ป., ร.ต.อ.กรัณย์พล สิงห์ศรี, ร.ต.อ.สหรัฐ ยิ่งยวด รอง สว.กก.2 บก.ป., ร.ต.ต.ถาวร โสรินทร์ รอง สว.(ป) กก.2 บก.ป., ด.ต.มานะ ชํานาญกิจ, ด.ต.อภัย แสนบุดดา และ ด.ต.ราเมศ เอมสมุท ผบ.หมู่ กก.2 บก.ป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.สส.ปป.บก.ตม.2

ร่วมกันจับกุม นายจุฬาธิปกฯ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี สัญชาติไทย เพื่อดําเนินคดีในข้อหา “ปลอม และใช้เอกสารราชการปลอม, โดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น เป็นการกระทําต่อบุคคลใดบุคคล หนึ่ง” ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1692/2566 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2566

พร้อมด้วยของกลาง จํานวน 5 รายการ

1. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Samsung note 20 ultra 5G จํานวน 1 เครื่อง 2. โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ Oppo จํานวน 1 เครื่อง

3. นาฬิกายี่ห้อ Samsung galaxy watch 3 จํานวน 1 เครื่อง

4. กระเป๋าสตางค์ ลาย Supreme สีแดง จํานวน 1 ใบ

5. บัตรบริการเงินด่วน ธนาคารกสิกรไทย จํานวน 1 ใบ

จับกุม บริเวณฝ่ายพิธีการเข้าเมือง ชั้น 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตําบลหนองปรือ อําเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายจํานวนหลายรายถูกหลอกลวงโดยคนร้ายซึ่งปกปิดตัวตน แอบอ้างว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่จากสํานักพระราชวัง โดยมีการใช้ไลน์ชื่อ “ฬ.จุฬา”, “สํานักพระราชวัง”, “wannachai apaiwongse” , “ศ.สถิตย์” , “กรมกิจการพิเศษ ๙๐๔” และ “Chakrabongse ๑๙๐๔” หลอกลวง

ผู้เสียหายที่เป็นผู้ประกอบการร้านอาหาร และร้านค้า โดยอ้างว่าจะพา VVIP ไปใช้บริการที่ร้าน แล้วเรียกเก็บ ค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าฉายพระรูป, ค่าเข็มที่ระลึก ฯลฯ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้คนร้ายจํานวน หลายราย

จากการตรวจสอบช่วงระหว่างวันที่ 23 มกราคม 2564 – 4 กรกฎาคม 2566 พบผู้เสียหายกว่า 15 ราย และมีผู้เสียหายที่หลงเชื่อจํานวน 9 ราย รวมมูลค่าความเสียหายเป็นเงิน 908,949.01 บาท

เจ้าหน้าที่ตํารวจกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง ได้ดําเนินการสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน รวมถึงนําข้อมูลแผนประทุษกรรมคดีก่อนหน้าที่มีลักษณะคล้ายกันมาทําการวิเคราะห์

จนสามารถระบุได้ว่าตัวคนร้ายผู้กระทําความผิดดังกล่าว คือ นายจุฬาธิปกฯ จากการสืบสวนพบว่า นายจุฬาธิปกฯ ได้หลบหนีไปประเทศพม่า จึงได้ดําเนินการประสานงานเพื่อสืบสวนติดตามจับกุมตัวมา ดําเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตํารวจกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลางได้รับการประสาน จากทางประเทศเมียนมาร์ ผ่านทางเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ ว่าทางเจ้าหน้าที่ตํารวจประเทศเมียนมาร์ได้พบตัว นายจุฬาธิปกฯ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่านายจุฬาธิปกฯ เป็นผู้ต้องหาของตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1692/2566 ลงวันที่ 31 พ.ค. 2566 และจะได้ทําการส่งตัว นายจุฬาธิปกฯ กลับมายังประเทศไทยเพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ต่อมา เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2566 เวลาประมาณ 09.25 น. ชุดจับกุมได้รับการประสานว่านายจุฬาธิปกฯ จะเดินทางจากประเทศเมียนมาร์มายังประเทศไทย จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตํารวจ ตม.ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ตํารวจชุดไปตรวจสอบ จนกระทั่งเวลาประมาณ 13.30 น. พบบุคคลต้องสงสัย ลักษณะรูปพรรณสัณฐานตรงตามหมายจับ อยู่บริเวณฝ่ายพิธีการเข้าเมือง ชั้น 1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัว พร้อมแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาดูและให้อ่าน เองจนเป็นที่พอใจจากการสอบถามผู้ถูกจับยอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับจริงจงึได้ทํา การจับกุมแล้วนําตัวส่ง พงส.กก.2 บก.ป. เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมาย

จากการตรวจสอบพบว่า ยังมีหมายจับในคดีอื่นอีกจํานวน 3 หมายจับ ดังนี้

1. หมายจับศาลจังหวัดเชียงราย ที่ 337/2565 ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทํา ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง โดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวงนําเข้าสู่ ระบบคอมพิวเตอร์หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อผู้อื่น เป็นการ กระทําต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง” ท้องที่ สภ.เมืองเชียงราย

2. หมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 846/2564 ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทํา ความผิดฐาน “นําเข้าสู่ระบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น“ ท้องที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่

3. หมายจับศาลอาญา ที่ 2952/2566 ลงวันที่ 8 กันยายน 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทําความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยโดยทุจริต หรือหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่ง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดย ประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง”

ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอเตือนพี่น้องประชาชนขอให้ระมัดวัง อย่าหลงเชื่อผู้ที่แอบอ้างเป็น สํานักพระราชวัง หรือหน่วยงานรัฐอื่นๆ ซึ่งจะมีการหลอกให้โอนเงินค่าดําเนินการ ค่าอุปกรณ์ต่างๆ โดยอ้างว่า เกี่ยวข้องกับการดําเนินงานของหน่วยงานรัฐ จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบไปยังหมายเลขโทรศัพท์ของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก่อนจะทําธุรกรรมทางการเงิน หรือดําเนินการใดๆก่อนทุกครั้ง