รวบหนุ่มโรงกลึง ย่องเบาเข้ามาลักของที่ทำงานเก่า 3 ครั้ง จนมุมเพราะกล้องวงจรปิด

12

วันที่ 15 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2566 เวลา 15.50น.
พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม ชุดจับกุมพ.ต.ต.ถิรัชญพงศ์ รัตนาธัมโสภณกุล สว.(สอบสวน) สน.เพชรเกษม, ส.ต.อ.เอกยุทธ ปล้องคง ผบ.หมู่ (ป.) สน.เพชรเกษม, ส.ต.อ.ธวัชชัย ละอองชัย ผบ.หมู่ (สส.) สน.เพชรเกษม, ส.ต.อ.นภัทร ดีวินิจ ผบ.หมู่ (สส.)และ ส.ต.อ.ณัฐพงศ์ พรหมสุข ผบ.หมู่ (สส.)ฯ
จับกุมนายอภิวิชญ์ อินทร์ชู อายุ 33 ปี
ส.ต.อ.ธวัชชัย ละอองชัย ผบ.หมู่ (สส.) สน.เพชรเกษม, ส.ต.อ.นภัทร ดีวินิจ ผบ.หมู่ (สส.)และ ส.ต.อ.ณัฐพงศ์ พรหมสุข ผบ.หมู่ (สส.)ฯ
จับกุมนายอภิวิชญ์ อินทร์ชู อายุ 33 ปี ในข้อหา“ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือ เข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นใจเปิดไว้ให้” ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรีที่ 891/2566 ลงวันที่15พฤศจิกายน2566ในข้อหา“ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, โดยเข้าทางช่องทาซึ่งได้ทำขึนโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือ เข้าทางช่องทางซึ่งเป็นผู้เป็นใจเปิดไว้ให้”

ด้าน พ.ต.อ.ปราโมท เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 66 มีผู้เเสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สน. เพชรเกษมเนื่องจากพบว่ามีคนเข้ามาบุกรุกและลักทรัพย์ทองแดงที่อยู่ภายในโรงงานไปจากการตรวจสอบพบว่ามีบุคคลหนึ่งที่พบตามกล้องวงจรปิดเข้ามาขโมยทองแดงไปทั้งหมด 3 ครั้ง

ภายหลังรับแจ้งเหตุ ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบรวบรวมหาหลักฐานยจนทราบตัวบุคคนเจึงขอศาลอนุมัติออกหมายจับเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นายอภิวิชญ์ อินทร์ชู ได้ปรากฎตัวอยู่ที่บริเวณทางเดินหน้าอาคารพาณิชย์เลขที่ 34 ถนนสวัสดิการ 1 แขวงหนองแขม เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร สถานที่จับกุม จึงได้ร่วมกันเดินทางไปทำการตรวจสอบ เมื่อไปถึงสถานที่จับกุมดังกล่าว พบ นายอภิวิชญ์ อินทร์ชู กำลังยืนอยู่บริเวณสถานที่จับกุม เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจพร้อมแสดงหมายจับดังกล่าวให้ นายอภิวิชญ์ อินทร์ชู ดูและให้อ่านจนเป็นที่เข้าใจดีแล้วพร้อมกับสอบถามรับว่าเป็นบุคคล ตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับดำเนินคดีตามหมายจับนี้มาก่อนแต่อย่างใด เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมจึงได้แจ้ง ข้อกล่าวหาตามหมายจับและแจ้งสิทธิให้ นายอภิวิชญ์ อินทร์ชู ผู้ถูกจับทราบ จากนั้นจึงควบคุมตัวมาจัดทำบันทึกการจับกุม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป